ได้ทำไมจะต้องผลักออกไปด้วย
ต่อให้นางผลักออกไปแล้ว คนอื่นก็อาจจะไม่รับน้ำใจของนางเช่นกัน และจะคิดแค่ว่านางโง่
เจียงเซี่ยนเข้าใจหลักการนี้มานานมากแล้ว
นางจึงนั่งลงอย่างดีใจ
เสียงฟาดแส้ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม
มีนางในเข้ามากระซิบกับท่านหญิงตงหยาง กำชับนางว่าอีกเดี๋ยวจะพาพวกผู้หญิงทุกคนไปอวยพรวันเกิดเฉาไทเฮา
ท่านหญิงตงหยางคุ้นแคยกับพิธี ทว่าสนมในวังก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดแบบนี้มาหลายสิบปีแล้วเช่นกัน แถมยังเป็นครั้งแรกที่ไทเฮาสำเร็จราชการแทน กรมพิธีการตั้งใจวางลำดับเพื่องานวันเกิดนี้โดยเฉพาะ ท่านหญิงตงหยางก็กลัวจะเกิดอุบัติเหตุเช่นกัน จึงตั้งฟังใจ
ไม่นาน เสียงฟาดแส้ก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สี่
เจียงเซี่ยนมองของตกแต่งในตำหนักไผอวิ๋นอย่างสบายๆ
หานถงซินตามมากระซิบกับนาง “เป่าหนิง เดี๋ยวอวยพรไทเฮาแล้ว ข้ากับพี่ไช่คุยกันว่าจะไปดูกายกรรมที่ตำหนักเที่ยวหย่วน เจ้าไปหรือไม่?”
เจียงเซี่ยนไม่สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ อวยพรวันเกิดเสร็จ เรื่องของเฉาไทเฮาก็ชัดเจนแล้ว นางก็ควรกลับวังแล้วเช่นกัน
“ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันเถอะ!” เจียงเซี่ยนตอบนางอย่างขอไปที “หากอวยพรวันเกิดเสร็จแล้ว ไทเฮาไม่รั้งข้าไว้ ข้าก็ไปกับพวกเจ้า”
“ไปเถอะ ไปเถอะ” ความจริงแล้วหานถงซินไม่ได้สนิทกับเจียงเซี่ยนมากนัก เจียงเซี่ยนเล่นแต่กับไป๋ซู่ ทว่าวันนี้ไป๋ซู่ไม่อยู่ เทียบกันแล้วเวลานี้หานถงซินก็กลายเป็นคนที่สนิทกับเจียงเซี่ยนที่สุดแล้ว นางคอยยุเจ