งปรายตามองไป่เจี๋ยครั้งหนึ่ง
ไป่เจี๋ยไม่กลัวแม้แต่นิดเดียว นางยังคงยิ้มตาหยีเช่นเดิม และช่วยแต่งตัวให้เจียงเซี่ยนอย่างแผ่วเบา
ฉิงเค่อมีไหวพริบมากกว่านางมาก ตอนที่รับใช้เจียงเซี่ยนขณะรับประทานอาหารเช้าก็ยิ้มพลางเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “ท่านหญิง ได้ยินว่าฝ่าบาทเสด็จไปวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่วตั้งแต่เช้าแล้ว พวกเราอยู่ใกล้ตำหนักเหรินโซ่วขนาดนี้ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ก็หลับลึกไปหน่อยแล้วเช่นกัน ท่านจะให้ข้าไปถามว่าฝ่าบาทเสด็จไปตอนไหนหรือไม่เจ้าคะ? ฝ่าบาทไปถึงแล้ว อย่างไรท่านก็ต้องปรากฏตัวกระมัง?”
เจียงเซี่ยนคิดเรื่องวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่วอยู่ในใจตลอด อยากให้ใครสักคนไปถาม ก็กลัวว่าทางนั้นกำลังคุมเชิงกันอยู่ และนางไปแล้วจะทำให้ท่านลุงลำบาก
นางคิดแล้วคิดอีก วันนี้ก็เป็นวันอวยพรวันเกิดให้เฉาไทเฮา กรมพิธีการกับสำนักหอดูดาวหลวงดูฤกษ์แล้ว กำหนดให้เริ่มอวยพรวันเกิดตอนยามอู่ ไม่ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ยามอู่ก็รู้ผลแล้ว เวลานี้ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเช่นกัน
เจียงเซี่ยนเริ่มแต่งตัวอย่างเชื่องช้า นางสวมชุดพิธีการและเครื่องประดับเต็มยศตามระดับตำแหน่ง
ทว่าตอนที่นางเพิ่งเริ่มหวีผม จู่ๆ ฉิงเค่อก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ “ท่านหญิง คุณชายใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ!”
คนที่คนรับใช้ข้างกายนางจะเรียกว่า ‘คุณชายใหญ่’ ได้ มีเพียงเจียงลวี่พี่ชายของนางคนเดียวเท่านั้น
เจียงเซี่ยนดีใจจนออกนอกหน้า