จากตำหนักแล้ว ทว่าพอเห็นเจียงเซี่ยนกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ทำไมถึงใส่เสื้อผ้าบางขนาดนี้? ระวังจะเป็นหวัด! อย่าคิดว่าไทฮองไทเฮาไม่อยู่ข้างกายก็ก่อเรื่องได้ ไปเอาเสื้อคลุมมาให้ท่านหญิงของพวกเจ้า!” แต่ประโยคหลังนั้นเอ่ยกับฉิงเค่อ
ฉิงเค่อยิ้มพลางขานรับ “เจ้าค่ะ”
เจียงลวี่จ้องนางครั้งหนึ่ง แล้วถามเจียงเซี่ยน “เจ้าเปลี่ยนนางในหรือ?”
เจียงเซี่ยนยิ้มตลอด และเอ่ยว่า “ท่านพี่ไม่ได้เข้าวังมานานแค่ไหนแล้ว? เสด็จยายตัดสินใจปล่อยพวกติงเซียงออกจากวังไปแล้ว” แล้วนางก็เรียกทั้งฉิงเค่อและไป่เจี๋ยมาแนะนำกับเจียงลวี่
เรื่องนี้เจียงลวี่แตกต่างจากเจียงเจิ้นหยวน
ทุกคนในวังต่างรับใช้ฮ่องเต้ จะตีสุนัขต้องดูเจ้าของ ถึงจะเป็นขันทีกับนางในเล็กๆ ก็ไม่อาจเมินเฉยได้เช่นกัน ดังนั้นทุกครั้งที่เจียงเซี่ยนกลับจวนเจิ้นกั๋วกง เจียงเจิ้นหยวนก็จะตกรางวัลให้อย่างไม่แลดูหรูหราและไม่แลดูยากจนเช่นกัน เวลาเจอพวกขันทีอาวุโสก็จะเป็นฝ่ายทักทายก่อนด้วย
แต่เจียงลวี่กลับไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อคารวะเขา เขาก็นั่งรับอยู่ตรงนั้นอย่างไม่สนใจไยดี และล้วงเศษเงินสองสามก้อนจากในแขนเสื้อมาตกรางวัลให้ทั้งสองคน
เจียงเซี่ยนเห็นก็อดหัวเราะไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “ท่านพกเงินติดตัวด้วยหรือ?”
“แม้จะเป็นวีรบุรุษผู้กล้า ไม่มีเงินก็หมดหนทางเช่นกัน[3] เจ้ารู้หรือไม่?” เจียงลวี่เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้หากข้าไม่ล้วงตั๋ว