พวกเขาเพิ่งจะฆ่าเฉากั๋วจู้อย่างที่เจียงเจิ้นหยวนบอก หรือหลังจากฆ่าเฉากั๋วจู้และล้อมวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่วไว้อย่างแน่นหนาแล้ว
ก่อนหน้านี้เจียงเจิ้นหยวนปรึกษากับเขาว่า ตระกูลเจียงทำงานของตระกูลเจียง ตระกูลหลี่ทำงานของตระกูลหลี่
หากตระกูลหลี่ถูกคนที่ลอบไปแจ้งข่าวแก่เฉาไทเฮาหรือถูกคนของตระกูลเจียงจับ แล้วตระกูลหลี่ไม่สามารถขัดขวางไม่ให้จ้าวอี้คุมขังเฉาไทเฮาได้ทันเวลา งั้นเขาก็จำเป็นต้องออกหน้าลงมือเอง
พูดไปพูดมาก็ยังคงไม่เชื่อในความสามารถของตระกูลหลี่อยู่ดี
แต่หลี่เชียนไม่โกรธ กลับรู้สึกว่าเจียงเจิ้นหยวนมีวันนี้ได้ไม่ได้มีแต่ชื่อจริงๆ
ทว่าเจียงเจิ้นหยวนต้องคิดไม่ถึงแน่ว่า เขาจะลอบมาแจ้งข่าวแก่เฉาไทเฮาด้วยตนเอง
หลี่เชียนคิดอยู่ ทันใดนั้นก็อยากเห็นมากว่าเจียงเจิ้นหยวนจะทำหน้าอย่างไรตอนที่รู้ว่าคนที่เฝ้าอยู่ข้างกายเฉาไทเฮาคือเขา
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างแผ่วเบา โดยพยายามเลี่ยงไม่ให้เท้าเหยียบบนกิ่งไม้แห้งในพุ่มไม้จนเกิดเสียงอะไรดังขึ้นมา
องครักษ์กลุ่มที่เฝ้าอยู่ใกล้ตำหนักเต๋อฮุยนั้นเตรียมพร้อมแล้ว และซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ตรงเชิงกำแพง
มีชายหนุ่มสองคนที่สวมเสื้อผ้าเหมือนกับองครักษ์เหล่านั้นเดินมา คนหนึ่งตัวสูง รูปร่างผอมเพรียว ทว่าทุกย่างก้าวกลับว่องไวเหมือนเสือดาว ส่วนอีกคนเตี้ยกว่าชายตัวสูงครึ่งศีรษะ ถึงแม้รูปร่างกำยำ ฝีเท้าว่องไว แค่มองก็รู้ว่าฝีมือดีมาก แต่กลับไม่มีพลังแบบชายหนุ่มที่อยู่ข้า