แต่ใครจะรู้ว่าเจียงเซี่ยนกลับปัดมือเขาออกอย่างแรง และเอ่ยเสียงเฉียบขาดว่า “ข้าไม่เป็นไร หากเจ้าอยากโน้มน้าวให้ข้ากลับไปหลบภัยที่วังฉือหนิง เวลานี้ฟ้ามืดแล้ว เมืองหลวงรักษาการณ์ประตูทางเข้าอย่างเข้มงวด กลับไปไม่ได้แล้ว ถ้าเจ้ามาเอาป้ายคำสัตย์ ขออภัยด้วย ของชิ้นนั้นข้าซ่อนไว้แล้ว หากเจ้าทรยศจะมีคนเอาไปให้เฉาไทเฮาทอดพระเนตร” นางพูดไปก็ยืดตัวขึ้นจนหลังตรง บนหน้าไม่มีความสุขอย่างเมื่อครู่อีกแล้ว ใบหน้าเฉยชาเหมือนสวมหน้ากากไว้ สายตาที่มองเขาเป็นประกาย ราวกับมีไฟสองกองกำลังลุกไหม้ ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนน้ำในแม่น้ำยามฤดูใบไม้ผลิที่ไหลอยู่ใต้น้ำแข็งบางๆ อย่างเมื่อครู่อีกแล้ว มีเพียงความเย็นชา ความห่างเหิน ความโกรธแค้น และระแวดระวัง
หลี่เชียนตกใจ
ถึงเขาจะเพิ่งมารู้สึก ทว่าเวลานี้ก็รู้สึกได้ว่าเจียงเซี่ยนปฏิบัติกับเขาต่างไป
ยิ่งกว่านั้นเขามีความรู้สึกไวต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมาโดยตลอด ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางที่จะมีผู้ช่วยและองครักษ์กลุ่มหนึ่งยอมศิโรราบต่อเขาตั้งแต่อายุยังน้อย
ทำไมนางถึงทำกับเขาแบบนี้?
ลองคิดดูดีๆ ระหว่างพวกเขาก็ไม่มีความขัดแย้งอะไรใหญ่โต
แม้ครั้งนี้เขาจะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของจวนเจิ้นกั๋วกง แต่เจียงเซี่ยนก็เป็นคนแนะนำและสร้างความสัมพันธ์ให้เขาเช่นกัน…แล้วจู่ๆ นางมาปฏิบัติกับเขาแย่ลงได้อย่างไร?
ใช่ เป็นความรู้สึกนี้