สองเดือนนี้ซ่งเสียนอี๋เหมือนคนที่เจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมา พอเจออะไรนิดอะไรหน่อยก็หวาดกลัวมาก นางเห็นเจียงเซี่ยนไม่กลัวจ้าวอี้ กับเฉาไทเฮาก็เชื่อฟังแต่ภายนอก แม้แต่ทายาทของชนชั้นสูงอย่างซื่อจื่อจิ้งไห่โหวก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ดูเหมือนถ่อมตนและเงียบขรึม แต่ความจริงแล้วใช้อำนาจกดขี่คนตามใจชอบ นางเหมือนเห็นท่อนไม้ท่อนหนึ่งลอยน้ำมา เวลานี้ขอแค่กอดไว้ให้แน่น ยังมีแรงเหลือไปสังเกตสีหน้าของเจียงเซี่ยนที่ไหนกัน พอได้ยินก็ยิ่งกลัวว่าจะถูกเจียงเซี่ยนทอดทิ้ง และต่อไปตนเองก็ไม่มีทางรอดอีกแล้ว จึงรีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหางตาอย่างเชื่อฟัง และฝืนกลั้นน้ำตาไว้ แล้วบอกเจียงเซี่ยนทีละเรื่องว่า…ซ่งเสียนอี๋บังเอิญพบว่าคนสกุลฟางไม่อยู่ในวังเลยเป็นเวลากว่าสองเดือนแล้ว ฮ่องเต้เหมือนไม่รู้เรื่อง นางนึกถึงเมื่อก่อนตอนที่คนสกุลฟางอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ ก็เมตตาพวกนางในที่ติดตามรับใช้อยู่ข้างกายฮ่องเต้ ทว่าลับหลังฮ่องเต้กลับพูดจาเหน็บแนมและทำตัวเย็นชา ห้ามแม้กระทั่งติดดอกไม้ประดับที่ทำขึ้นเป็นพิเศษในวังที่ออกมาใหม่ นางจึงอยากรู้ว่าคนสกุลฟางไปทำอะไรกันแน่ ใครจะรู้ว่ากลับสืบเจอว่านางตั้งครรภ์ ซ่งเสียนอี๋รู้ว่าสามีและลูกชายกับลูกสาวของคนสกุลฟางต่างไม่อยู่เมืองหลวง สงสัยว่าคนสกุลฟางลอบมีความสัมพันธ์กับใคร จึงไปบอกฮ่องเต้ทันที คิดไม่ถึงว่าฮ่องเต้ไม่เพียงแต่ไม่ลงโทษคนสกุลฟาง ทว่ายังให้นางเงียบปากไว้ บอ