บนี้ต่างหาก!
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางเอ่ยกับจ้าวเซี่ยวว่า “เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน! ซื่อจื่อกลับไปแล้วยังต้องคบค้าสมาคมกับเพื่อนขุนนาง จะได้ไม่ถูกคนเห็นแล้วนินทาลับหลัง ซื่อจื่อไม่อยู่เมืองหลวงมานาน อาจไม่รู้ถึงความร้ายกาจเหล่านี้ในเมืองหลวงตอนนี้ เมื่อก่อนมีแต่ผู้หญิงในตลาดที่ชอบวิจารณ์มั่วซั่ว เวลานี้แม้แต่ขุนนางที่ช่วยฝ่าบาทบริหารราชการแผ่นดินจากสำนักราชเลขาธิการก็ชอบวิจารณ์และนินทาเช่นกัน…”
ประกายแสงเหมือนปลายเข็มฉายวาบผ่านไปในดวงตาของจ้าวเซี่ยว
นี่ท่านหญิงเจียหนาน…กำลังบอกว่านางรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา
เช่นนั้นจุดประสงค์ของนางคืออะไร?
จ้าวเซี่ยวครุ่นคิดในใจ
เจียงเซี่ยนก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วว่า “ซื่อจื่อชอบฟังเรื่องไหน? ข้าชอบองก์ ‘ในวัง’ ในเรื่อง ‘ซื่อหลางเยี่ยมแม่’”
เหมือนคำพูดเมื่อครู่แค่พูดไปโดยไม่ได้คิดอะไรเท่านั้น
จ้าวเซี่ยวมีเรื่องในใจมากมาย ทว่ากลับไม่อาจพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้าได้แม้แต่คำเดียว
เขาเปิดปากพูดเพียงเล็กน้อย นางพูดออกมาหมดแล้ว เขายังจะโต้แย้งอะไรได้อีก
“ข้าก็ชอบองก์นี้เหมือนกัน” จ้าวเซี่ยวตอบไป “ก็รบกวนท่านตู้ร้ององก์นี้ให้พวกเราฟังเถอะ!”
ตู้ฮุ่ยจวินโล่งอก เขายิ้มพลางลุกขึ้นยืน แล้วเชิญเจียงเซี่ยนและจ้าวเซี่ยวไปที่ตำหนักข้างๆ
ที่นั่นว่างเปล่า แค่วางเก้าอี้ไท่ซือไว้ไม่กี่ตัวตามหน้าต่างที่สลักลาย กระเบื้องปูพื้นหินขัดเป็นเงาแวววับ ดูท่าทางหนาวเล็กน้อย
เจียงเซี่ยนนั่งกินช