ากับของว่างไปพลางดูงิ้วไปพลางอยู่ตรงนั้น
หลิวเสี่ยวหม่านเข้ามาแล้ว
บางทีอาจจะเป็นเพราะรีบเดิน เหงื่อจึงยังคงผุดพรายบนหน้าผากเขา
พอเห็นจ้าวเซี่ยวที่นั่งอยู่ต่ำกว่าเจียงเซี่ยน เขาก็อึ้งไปเล็กน้อย และเข้าไปคารวะเจียงเซี่ยน คิดแล้วถึงจะคารวะจ้าวเซี่ยว “หลิวเสี่ยวหม่านขันทีวังฉือหนิง คารวะซื่อจื่อจิ้งไห่โหวขอรับ!”
เขารู้จักซื่อจื่อจากตระกูลขุนนางที่มีความดีความชอบและชนชั้นสูงทุกคนในเมืองหลวง คนที่ไม่รู้จักและสามารถสวมหมวกเจ็ดแถบและปรากฏตัวที่ภูเขาวั่นโซ่วได้ ก็มีเพียงแต่จ้าวเซี่ยวซื่อจื่อจิ้งไห่โหว
จ้าวเซี่ยวไม่รู้จักหลิวเสี่ยวหม่าน แต่เคยได้ยินชื่อของหลิวเสี่ยวหม่าน
เขารีบลุกขึ้นปฏิเสธหลิวเสี่ยวหม่านอย่างถ่อมตัว โดยยิ้มพลางเอ่ยว่า “ขันทีหลิวให้เกียรติข้าเกินไปแล้ว ไม่ต้องมากพิธี ไม่ต้องมากพิธี!”
หลิวเสี่ยวหม่านระมัดระวังมาโดยตลอด ตลอดหลายปีนี้ที่รับใช้วังฉือหนิงมาก็ไม่เคยให้ใครจับจุดอ่อนได้
เขาคุกเข่าคำนับจ้าวเซี่ยวอย่างนอบน้อม แล้วถึงลุกขึ้นเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “ท่านหญิง คนส่งสารเทียบท่าแล้ว ได้ยินคนที่ท่าเรือวารีเคียงพฤกษาบอกว่าอีกครึ่งชั่วยามขบวนเสด็จของไทเฮาก็จะถึงแล้ว ท่านจะไปตำหนักเหรินโซ่วหรือไม่ขอรับ”
จะได้ไปต้อนรับเฉาไทเฮาพร้อมกับฮ่องเต้
เจียงเซี่ยนรู้สึกหมดสนุกเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ฝ่าบาทล่ะ? ยังต้อนรับเหล่าขุนนางอยู่หรือ?”
หลิวเสี่ยวหม่านพยักหน้า และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าบา