มาแต่ไกล พอเข้าใกล้อีกนิดก็ได้ยินเสียงร้องงิ้ว
เจียงเซี่ยนหยุดฝีเท้าฟังครู่หนึ่ง และเอ่ยกับฉิงเค่อด้วยรอยยิ้มว่า “นี่กำลังร้อง ‘เฉินเซียงช่วยแม่’ อยู่ น่าจะเป็นเล่มที่ฝ่าบาทพระราชทานให้”
คนที่รับใช้อยู่ข้างกายนางต่างแปลกใจ
ไทฮองไทเฮาชอบเล่นไพ่ไม่ชอบดูงิ้ว เฉาไทเฮาก็ยุ่งเรื่องว่าราชการ ฮ่องเต้เกรงว่าจะถูกอาจารย์และขุนนางใหญ่ในราชสำนักจับตาดู ในวังจึงดูงิ้วน้อยมาก ดังนั้นตอนที่ท่านหญิงบอกว่าจะมาดูกายกรรม ไทฮองไท่เฟยก็อดที่จะพูดแทนท่านหญิงไม่ได้เช่นกัน
ท่านหญิงได้ยินเพียงไม่กี่ประโยคจากไกลๆ ก็รู้ว่าร้องงิ้วเรื่องอะไรอยู่ได้อย่างไร?
แต่ไม่มีใครกล้าถาม
ไม่เพียงแต่ไม่กล้าถาม ทว่ายังต้องพูดจาเออออตามเจียงเซี่ยนไปด้วย
แต่เรื่องนี้ควรจะตอบอย่างไรกันแน่ ฉิงเค่อ ไป่เจี๋ย และซ่งเสียนอี๋ที่ชีวิตนี้เคยดูงิ้วเพียงสองสามครั้งต่างก็จนปัญญา จนอดที่จะมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่ได้
ท่ามกลางความเงียบ จู่ๆ ก็มีคนมาเอ่ยข้างๆ ว่า “ฟังเสียงนี้ น่าจะเป็นเสียงของท่านตู้แห่งคณะเหลียนจูจากเจ้อเจียง งิ้วเรื่องที่เขาถนัดก็คือ ‘เฉินเซียงช่วยแม่’ ข้านึกว่ามีแค่ท่านหยวนแห่งคณะสือซานจากเมืองก่วงที่รับราชโองการเข้าเมืองหลวง คิดไม่ถึงว่าท่านตู้ก็รับราชโองการเข้าเมืองหลวงมาเช่นกัน สองวันนี้ตำหนักอี๋เล่อต้องคึกคักมากอย่างแน่นอน”
เป็นเสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่ง และฟังดูคุ้นหูมาก
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้วแบบที่น้อยนักจะมีอโอกาสได้เห็น