งเซี่ยนรับปากไทฮองไทเฮาไว้
นางได้ยินก็คิด และให้คนเชิญหลิวเสี่ยวหม่านเข้ามา แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้ข้าไม่กลับไปแล้ว จะพักที่ตำหนักชิ่งซั่น พรุ่งนี้กลับเมืองหลวงพร้อมกับท่านลุงใหญ่ของข้า”
หลิวเสี่ยวหม่านไม่รู้จะทำอย่างไรดี
นึกถึงท่าทีของเจียงเซี่ยนเมื่อครู่ ในเมื่อนางเอ่ยปากแล้วก็ไม่มีทางที่จะกลับไปเพราะคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของตนเองอย่างแน่นอน ทว่าหากไม่กลับไป ไทฮองไทเฮามอบท่านหญิงให้เขาดูแลแล้ว เขาจะอธิบายกับไทฮองไทเฮาอย่างไร
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางแก้ปัญหาให้เขา “เจ้าก็ทูลว่าเฉาไทเฮามาถึงก่อนเวลาแล้วรั้งข้าไว้ หรือไม่ก็ทูลว่าฝ่าบาทรั้งข้าไว้ก็ได้”
หลิวเสี่ยวหม่านฝืนยิ้มออกมา แล้วส่ายหน้าอย่างจนใจและถอยออกไป
เจียงเซี่ยนหัวเราะไม่หยุด
มีแต่คนที่ใส่ใจเท่านั้นที่จะจำใจยอมลงให้นางเพราะรักนางมาก
นางไม่ได้รับความห่วงใยและความรักแบบนี้มานานมากแล้ว
ทันใดนั้นเจียงเซี่ยนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา นางลุกขึ้นยืนและเอ่ยกับนางในและขันทีที่รับใช้อยู่ข้างกายว่า “พวกเราไปดูกันว่าวันนี้โรงละครที่ตำหนักอี๋เล่อกำลังซ้อมละครเรื่องอะไร?”
ไม่มีใครกล้าขัดนาง
ฉิงเค่อไปเอาเสื้อคลุมขนเฮยเตียว[1]ลายดอกสือย่างจิ่นสีแดงเข้ม ส่วนไป่เจี๋ยสั่งให้นางในนำสิ่งของ เช่น เบาะนั่ง ถังชา กระโถนบ้วนน้ำลาย และเครื่องประทินผิวไปด้วย และหลิวตงเยว่ก็นำทางไปตำหนักอี๋เล่ออย่างยิ่งใหญ่
พวกนางได้ยินเสียงฆ้อง กลอง และเครื่องเป่าดัง