่านหญิง จะรับประทานอาหารแล้วค่อยนอนไหมขอรับ?” หลิวเสี่ยวหม่านเป็นห่วงร่างกายของเจียงเซี่ยนมาก “ตอนบ่ายหมอหลวงเถียนถึงจะมาพร้อมกับของขวัญของไทเฮา แต่หมอหลวงที่ติดตามฝ่าบาทอยู่นั้นเป็นหลานชายแท้ๆ ของหมอหลวงเถียน ท่านอยากเรียกเขามาตรวจชีพจรปกติของท่านไหมขอรับ?”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าตนเองยังสบายดี นางถึงขั้นคิดไว้แล้วด้วยซ้ำว่าตามจ้าวอี้มาครั้งนี้จะต้องเจอเรื่องวุ่นวายเหล่านั้นอย่างแน่นอน การเมินเฉยและดูถูกของหมิ่นโจวก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเช่นกัน
นางส่ายหน้า แล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องแล้ว รอหมอหลวงเถียนมาแล้วค่อยว่ากันดีกว่า” แล้วก็เห็นว่าเวลาล่วงเลยมาใกล้จะถึงยามเว่ย[1]แล้ว ทว่าพระอาทิตย์ที่อยู่บนท้องฟ้ากลับส่องแสงสว่างไสวเหมือนตอนเที่ยง นางก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “องครักษ์คนนั้นยังคุกเข่าอยู่ที่ท่าเรือวารีเคียงพฤกษาหรือ?”
“ยังคุกเข่าอยู่ขอรับ!” หลิวเสี่ยวหม่านเอ่ย “ท่านว่า ให้เขาลุกขึ้นดีหรือไม่…”
หลี่เชียนเคยตามเฉาเซวียนไปที่วังฉือหนิง หลิวเสี่ยวหม่านกับหลี่เชียนจึงเคยพบกัน
เขาประทับใจหลี่เชียนมากทีเดียว
รู้สึกว่าชายหนุ่มที่ร่าเริงสดใสอย่างเขาพบได้น้อยมากในเมืองหลวง
ดังนั้นถือโอกาสช่วยพูดให้อีกฝ่ายเล็กน้อยไปตามสถานการณ์ เขาก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร
เจียงเซี่ยนส่ายหน้า และเอ่ยว่า “เรื่องนี้เจ้าอย่ายุ่งเลย เขาอยากคุกเข่าอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนก็ทำไปแล้วกัน” พอเอ่ยจบ ไม่รู้ทำไมถึงอธิบายกับหลิวเสี่ยวหม