หลี่เชียนอารมณ์แปรปรวน
นี่เจียงเซี่ยนจะทำอะไร?
ปิดบังความสัมพันธ์กับเขาหรือ?
แต่เรื่องนี้จำเป็นด้วยหรือ?
หลี่เชียนมองหมิ่นสี่ที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทั้งร่าง และต้องพึ่งขันทีสองคนถึงจะขึ้นเรือได้ สมองก็เริ่มแล่นอย่างเร็วมาก
หมิ่นสี่เข้าไปในห้องโดยสารบนเรือแล้ว ทว่ากลับไม่มีแม้แต่แรงจะยืนด้วยซ้ำ
จนกระทั่งขันทีทั้งสองปล่อยมือแล้ว เขาก็ทรุดตัวลงตรงหน้าเจียงเซี่ยน
“ท่านหญิงไว้ชีวิตด้วย! ท่านหญิงไว้ชีวิตด้วยขอรับ! ข้าไม่ได้ตั้งใจเมินท่านหญิง…” เขาคุกเข่าพลางโขกศีรษะคำนับเจียงเซี่ยนจนน้ำตาและน้ำมูกกระเด็นพร้อมกัน
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้ว
หลิวตงเยว่เข้าไปเตะหมิ่นสี่สองทีทันที และเอ่ยว่า “ให้เจ้าตอบ เจ้าก็ตอบดีๆ เจ้าร้องไห้ไม่จบไม่สิ้นแบบนี้ใช้ได้หรือ? หากอยู่ในวังคงลากตัวออกไปโบยจนกว่าจะตายตั้งนานแล้ว รีบคุกเข่าให้ดีแล้วตอบ”
หมิ่นสี่คุกเข่าตัวตรงอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก
เจียงเซี่ยนก็ขี้เกียจที่จะสนใจเขาเช่นกัน จึงเอ่ยตรงๆ ว่า “ข้าอยากพักที่ตำหนักชิ่งซั่น และรับประทานอาหารกลางวันที่นั่น”
ตำหนักชิ่งซั่นอยู่ทางตะวันออกของตำหนักเล่อโซ่ว หลังตำหนักอี๋เล่อ ตรงข้ามกับตำหนักอี๋อวิ๋นแต่อยู่ห่างไกลมาก เป็นสถานที่พักผ่อนชั่วคราวสำหรับสมาชิกราชวงศ์ที่เป็นผู้หญิงที่มาดูงิ้ว หันหน้าไปทางทิศใต้ ตกแต่งได้กำลังดีโดยไม่เสียความสบายและความสว่างไป
เจียงเซี่ยนชอบที่นั่นมากมาตลอด
นางไม่ไปตำหนักอี๋อวิ๋นกับตำหนักอว