ที่รอเข้าเฝ้าจ้าวอี้อยู่ข้างนอก
เขารีบรั้งหลิวเสี่ยวหม่านไว้ และเอ่ยว่า “ขันทีหลิว เรื่องนี้ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า ข้าก็ไม่ได้รับใช้วังทั้งหกนานแล้วจึงไม่รู้ธรรมเนียม และถึงได้ล่วงเกินท่านหญิงเข้า ฝ่าบาทต่อว่าข้าแล้ว ท่านก็เหลือทางรอดไว้ให้ข้าสักทาง ไปขอโทษท่านหญิงเป็นเพื่อนข้าหน่อยแล้วกัน คืนนี้ข้าเลี้ยง ตอบแทนบุญคุณที่พี่ชายช่วยชีวิต”
นี่เป็นการชิงฟ้องก่อนตามแบบฉบับคนเลว
หลิวเสี่ยวหม่านโกรธมากทีเดียว แต่ก็คิดว่าถึงเขาจะเป็นผู้แข็งแกร่ง ทว่าก็ไม่สามารถปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้ ดังนั้นจะไม่ไว้หน้าหมิ่นโจวก็ไม่ได้ จึงเอ่ยเพียงว่า “เจ้าก็เห็นแล้วว่าท่านหญิงของพวกเราเป็นคนอย่างไร หากเดี๋ยวนางเจอฝ่าบาทแล้วถามถึงข้าขึ้นมา ข้าก็เกรงว่าคงจะไม่มีชีวิตตามท่านหญิงกลับวังฉือหนิงแล้ว เจ้ากับข้าต่างก็เป็นคนรับใช้ น้องชายก็เห็นใจข้าหน่อยเถอะ!”
หมิ่นโจวไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องปล่อยให้หลิวเสี่ยวหม่านไปพบจ้าวอี้
เดิมทีจ้าวอี้ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่แล้วที่ตนเองจัดการแม้กระทั่งบ่าวเลวคนหนึ่งไม่ได้ พอเจอหลิวเสี่ยวหม่านก็ทั้งอายและโกรธ จึงตะโกนใส่หลิวเสี่ยวหม่าน “สุนัขรับใช้อย่างพวกเจ้าดูแลเจ้านายกันอย่างไร? มีคนรังแกท่านหญิงของพวกเจ้า พวกเจ้าก็ขวางไว้ไม่ได้ เช่นนั้นจะให้พวกเจ้าตามมาทำไม?” เขาพูดไปก็หยิบกาน้ำชาบนโต๊ะชาติดมือขึ้นมาด้วยและขว้างใส่หลิวเสี่ยวหม่าน
ใบชาเปียกเต็มตัวหลิวเสี่ยวหม่า