าดกลัวพวกเฉิงเต๋อไห่มากจากก้นบึ้งของหัวใจ
คนที่คบหากับเฉิงเต๋อไห่ก็ไม่กล้าล่วงเกินเช่นกัน
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเจียงเซี่ยนก็ไม่เคยคิดว่าจ้าวอี้จะออกหน้าให้นางอยู่แล้ว
ยิ่งกว่านั้นชาติก่อนพวกเขาต่างก็เกลียดกันและกัน
ดังนั้นฟังคำขอโทษของหมิ่นโจวแล้ว สีหน้าของนางจึงไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว หลังจากหมิ่นโจวพูดสิ่งที่ควรพูดจบ นางก็เอ่ยกับขันทีสองคนที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำที่ยืนอยู่ในห้องโดยสารบนเรืออย่างเย็นชาว่า “โยนเขาลงไปในทะเลสาบ จะเป็นหรือตายก็แล้วแต่โชคของเขา”
ขันทีสองคนได้รับการมอบหมายงานจากฉิงเค่อมาก่อนแล้ว พอได้ยินจึงไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว พวกเขาเดินเข้าไปหามหมิ่นโจวอย่างรวดเร็วและเดินออกไปนอกห้องโดยสารบนเรือ
ในภาพจำของหมิ่นโจว ชนชั้นสูงในวังต่างรักเกียรติกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิง ก็เพียงแค่เล่าทั้งน้ำตาและสาบานต่อฟ้า ถึงจะรู้สึกไม่พอใจ ก็จะถอยก้าวหนึ่ง
ต่อให้เขาฝันก็คิดไม่ถึงว่าเจียงเซี่ยนจะฆ่าคนได้อย่างเยือกเย็น
ตอนที่ได้ยินเจียงเซี่ยนสั่งขันทีสองคนนั้น เขาคิดว่าตนเองฟังผิดไป จึงยังคงงุนงงเล็กน้อย จนกระทั่งออกมาจากห้องโดยสารบนเรือ นิ้วเท้าเตะโดนธรณีประตูที่สูงมาก และรู้สึกเจ็บนิ้วเท้า เขาถึงได้สติกลับมา และร้องเสียงดังว่า “ช่วยด้วย”
น่าเสียดายที่เหมือนจะสายไปเสียแล้ว
บนเรือเป็นคนของจ้าวอี้และเจียงเซี่ยนทั้งหมด คนของเจียงเซี่ยนนั้นไม่จำเป็นต้องพูดถึ