ไม่ว่าจะด้วยมารยาทของราชสำนักหรือมารยาทของตระกูลขุนนาง ไทฮองไทเฮาก็ไม่อาจปฏิเสธการมาเยือนของฮูหยินเจิ้นกั๋วกงสกุลฝางได้
นางเก็บสาส์นของฮูหยินเจิ้นกั๋วกงไว้ และให้เจียงเซี่ยนกลับไปพักเร็วหน่อย พลางเอ่ยว่า “เจ้าไม่ต้องพูดอีกแล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางอนุญาตให้เจ้าไปอวยพรวันเกิดคนสกุลเฉาที่ภูเขาวั่นโซ่ว”
ท่าทางเด็ดขาดมาก ไม่เหลือทางให้โน้มน้าวแม้แต่นิดเดียว
—
เจียงเซี่ยนไม่มีทางเลือก นางจำเป็นต้องคิดหาทางอื่น จึงกลับไปที่ตำหนักตงซาน
ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อกำลังจัดเตียงและที่นอนให้นางพักผ่อนหลังอาหารเที่ยง
ผ้าห่มและฟูกสีน้ำเงินลายหงส์แดงเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ และหมอนสีเหลืองที่มีเหลือใช้ทุกปี
ทว่ากลับมีพู่สีแดงอ่อนอยู่ใต้หมอน
สะดุดตามาก
สายตาของเจียงเซี่ยนจับจ้องอยู่ที่พู่อันนั้น
นั่นคือถุงเงินสีแดงอ่อนปักลายใบโพธิ์สีเขียวเป็นมันที่หลี่เชียนมอบให้นาง
ข้างในบรรจุกระดิ่งเงินขนาดเท่าไข่นกพิราบคู่หนึ่งเอาไว้
ตอนที่มอบให้นางนั้น ในกระดิ่งยัดผ้าฝ้ายไว้ จึงไม่ได้ยินเสียง พอนางดึงผ้าฝ้ายออก เสียงกระดิ่งก็ดังกังวาน ไพเราะมาก
แม้จะชิ้นเล็ก แต่กลับประณีตและน่ารัก
นางไม่รู้ว่าทำไมหลี่เชียนถึงมอบกระดิ่งสองใบให้ตนเอง
ก็เหมือนชาติก่อนที่นางไม่รู้ว่าทำไมหลี่เชียนถึงได้มอบรวงข้าวกำหนึ่งกับสะระแหน่หลายต้นให้นาง
เจียงเซี่ยนเดินไปนั่งลงตรงขอบเตียง แล้วดึงถุงเงินออกมาจากใต้หมอน และถือกระดิ่งที่คล้องไว้ด้วยกัน