เจียงเซี่ยนอยากถอดถุงเท้าออกมาโยนใส่หน้าหลี่เชียนมาก
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นลูกชายของแม่ทัพเช่นกัน ทำไมถึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้เหมือนคนเสเพลเล่า? เขาจะควบคุมตนเองอีกสักหน่อยได้หรือไม่?
เจียงเซี่ยนมองเขาอีกครั้งก็รู้สึกว่าหน้าผากกระตุกจนเจ็บ
ทว่าหลี่เชียนกลับไม่รู้สึกแม้แต่นิดเดียว เขาเรียกนางเบาๆ “เฮ้” “เฮ้” สองครั้ง และเอ่ยว่า “ไปอุทยานหลวง” พอเขาไถลตัวลงมาจากบนต้นไม้ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
เจียงเซี่ยนโกรธจนสูดหายใจลึกหลายครั้งถึงจะควบคุมอารมณ์ได้
เจ้าให้ข้าไป ข้าก็ไปหรือ!
ข้ารับปากแล้วหรือ?
เจ้าอยากรอข้า งั้นก็รออยู่ที่นั่นไปแล้วกัน!
—
นางหันตัวไปห้องของไป๋ซู่
พวกไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อตามอยู่ข้างหลังนางอย่างเชื่อฟัง ทุกคนต่างแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
ไป๋ซู่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังเตรียมจะออกไปข้างนอก พอเห็นเจียงเซี่ยนเดินเข้ามาก็รีบเอ่ยว่า “รอจนร้อนใจแล้วหรือ ข้าเสร็จแล้ว”
เจียงเซี่ยนไปที่ห้องพักผ่อนในห้องของนางทันที และเอ่ยว่า “แดดข้างนอกแรงขนาดนี้ จุดเตาในศาลาก็ยุ่งยาก ไปอุทยานหลวงไม่ตากลมก็ตากแดด ข้าว่าพวกเราคุยกันในห้องดีกว่า”
ไป๋ซู่ไปอยู่เป็นเพื่อนเจียงเซี่ยน และไม่ขัดข้องอะไรกับเรื่องนี้
เหล่านางในนำชากับของว่างมาให้ ทั้งสองคนก็นอนตะแคงคุยกันบนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่าง
“…บนภูเขาวั่นโซ่วสร้างวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่วแล้ว” เจียงเซี่ยนพึมพำ “ดังนั้น ตอนกลางคืนพวกผู้หญิงน่