ัพย์อะไรให้บีบรีดได้อีกแล้ว
แต่ก็แค่คำพูดประโยคเดียว กลับทำให้มากสมบัติแทบหลั่งน้ำตาออกมา
ลองย้อนคิดดูว่าเขาผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง? ตั้งแต่ออกมาจากฝั่งเจียงเป่ย เข้าสังกัดที่ใหม่ ทุกอย่างกลับติดขัด ถูกเข้าใจผิดตลอด
ก่อนหน้านี้ก็ถูกนิกายกระบี่หยกรีดไถเสียจนอกแทบแตกด้วยความคั่งแค้น
กลับมาคิดดูตอนนี้ ก็มีแต่นิกายศักดิ์สิทธิ์ที่เห็นค่าผู้คนจริง ๆ มองเห็นพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีติงต๊องของตน แต่ก่อนเหตุใดจึงเผลอไผลจนเลือกหักหลังไปได้!
หากเป็นเมื่อก่อน คำชมลอย ๆ ของลวี่หยางย่อมไม่ทำให้กุมารมากสมบัติสะท้านสะเทือนได้ถึงเพียงนี้ แต่เมื่อผ่านความลำบากซ้ำซ้อนมาหลายครา พบว่าตนยังมีชีวิตอยู่ แถมยังมีคุณูปการอยู่ด้วย มากสมบัติจึงซาบซึ้งจนน้ำตาซึม
“ขอบพระคุณท่านขอรับ!”
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ จากนั้นจึงชักกระบี่อเวจีออกมา ปราณกระบี่สายหนึ่งก็ทุบตีเย่กูเยว่ที่สลบไสลไปข้างๆจนกลายเป็นผุยผง, จึงได้จากไปอย่างสง่างาม
นิกายศักดิ์สิทธิ์ ภูเขาหลัวเฟิง
หลังจากส่งกุมารมากสมบัติกลับไปแล้ว ลวี่หยางก็เดินเล่นทอดน่องอยู่ท่ามกลางขุนเขา ฟังเสียงผู้คนพลุกพล่านนั่นบ้าง เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดตลอดหลายวันที่ผ่านมา
วิถีแห่งเซียนนั้น ย่อมต้องสลับระหว่างหย่อนและตึง จึงจะเดินไปได้ยาวไกล
แต่แม้จากไปไม่นานนัก เมื่อหวนคืนกลับมา ลวี่หยางกลับรู้สึกคล้ายเป็นเพียงภาพฝันไกลเร้น เพราะยอดเขานี้ดูคึกคักเกินไป