แล้ว
มองไปทั่ว มีแต่ผู้คนหนาแน่น จนแทบไม่ต่างจากเมื่อครั้งอยู่ที่ยอดเขาปะสานฟ้า แถมยังดูแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือ ศิษย์มากมายต่างล้วนฝึกฝนวิชาของนิกายอสูรวิญญาณ โดยเฉพาะเมื่อบรรพชนอสูรวิญญาณเป็นผู้ผลักดันลดราคาวิชาอสูรวิญญาณลงสามส่วน แถมยังมีโปรโมชันลดราคาประจำเดือนอีกด้วย
“รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
เมื่อธงหมื่นวิญญาณโบกสะบัด บรรพชนอสูรวิญญาณก็ปรากฏกายขึ้นข้างลวี่หยาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิในผลงาน สายตาสื่อถึงความปลาบปลื้มจากใจจริง
“ศิษย์ขอน้อมคารวะท่านบรรพชน”
ลวี่หยางเผยสีหน้าปลื้มปิติออกมาเช่นกัน “หากย้อนนึกไปในอดีต ข้าผู้นี้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียว ไม่ต่างจากผู้ฝึกตนอิสระ กระทั่งมาถึงวันนี้คล้ายดั่งฝันไป”
บรรพชนอสูรวิญญาณได้ยินดังนั้น ก็เหลือบมองลวี่หยางแวบหนึ่ง ดวงตาสะท้อนความเวทนาในใจ ภาพในหัวค่อย ๆ ฉายชัดขึ้น ศิษย์ผู้อาภัพแห่งนิกายอสูรวิญญาณ ถูกนิกายกระบี่หยกกดขี่ ถูกขับไล่ข่มเหงทุกค่ำคืน แต่กลับยังไม่ลืมอุดมการณ์ฟื้นฟูนิกาย ทันใดนั้น บรรพชนก็ยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบา ๆ
“ลำบากเจ้ามากแล้ว”
ลวี่หยางสั่นศีรษะ สีหน้าขึงขัง “เพื่อการฟื้นฟูนิกาย จะนับว่าเป็นความลำบากได้อย่างไร ศิษย์ยังมีฝีมือจำกัด ต้องขอให้บรรพชนเหน็ดเหนื่อยแทนอีกมาก”
บรรพชนอสูรวิญญาณพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างเปิดเผย
“เจินจวินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งกว่าข้า ฉะนั้นเคล็ดพิสูจน์ผลแห