รับ “พ่ะย่ะค่ะ” แล้วออกไป
เจียงเซี่ยนรีบเตือนไทฮองไทเฮาเสียงเบาว่า “หากเฉาไทเฮาถามขึ้นมาว่าพวกเรารู้ได้อย่างไร…”
เรื่องนี้จะลากตระกูลเจียงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้เด็ดขาด
ไทฮองไทเฮาหลับตาลง นางถอดลูกประคำไม้กฤษณาที่แกะสลักเป็นรูปดอกบัวและสิบแปดอรหันต์ที่สวมอยู่บนข้อมือออกมานับทีละเม็ด และค่อยๆ เอ่ยว่า “เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ข้ามีแผนการอยู่แล้ว แต่กับคนนอก เจ้าอย่าได้แสดงท่าทีพิรุธออกไป ต่อให้เป็นไป๋ซู่ก็บอกไม่ได้เช่นกัน”
แน่นอนว่าเจียงเซี่ยนก็ไม่มีทางที่จะดึงไป๋ซู่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอยู่แล้ว
นางรับปากติดกันหลายครั้ง และเอ่ยว่า “หม่อมฉันนั่งเป็นเพื่อนเสด็จยายสักครู่แล้วกัน! ไว้ไทเฮาเสด็จมาแล้วหม่อมฉันค่อยไป”
ไทฮองไทเฮาถอนหายใจ นัยน์ตาก็ทอประกาย พลางบ่นเสียงเบาว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? ทำไมฝ่าบาทถึงได้เลอะเลือนเช่นนี้? ตอนเด็กน่ารักน่าชังแค่ไหน ใครเห็นแล้วไม่อยากอุ้มบ้าง ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้เล่า? เขามีเรื่องอะไรที่บอกข้าไม่ได้! ต่อให้ข้ารับปากเขาไม่ได้ ก็จะไปลองพูดกับคนสกุลเฉาเช่นกัน…ก็โทษข้าด้วยที่ปกติไม่ค่อยสนใจเขา ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้…ครั้งนี้ไม่ว่าคนสกุลเฉาพูดอะไร ข้าก็จะให้ฝ่าบาทเลือกฮองเฮา หากนางไม่ตกลง ข้าจะไปปรึกษากับอ๋องเจี่ยน…”
เจียงเซี่ยนตกใจจนเหงื่อตกทั้งตัว แล้วก็รู้สึกว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่รู้อะไรทั้งนั้น ท่านยายถึงได้ก่อเรื่องเช่นนี้ ขอเพียงเฉาไทเฮ