อาใจใส่มากแบบนี้อีกครั้ง ก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้ง
“ท่านลุง ผู้หญิงอย่างข้า อยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาในวังดีกว่า!” เจียงเซี่ยนยังคงปฏิเสธเช่นเดิม แล้วเอ่ยถึงเรื่องของหลี่เชียน “หลี่ฉางชิงแม่ทัพฝูเจี้ยน ครั้งนี้เข้าเมืองหลวงเพราะเฉาไทเฮาเรียกเข้าเฝ้า หากเดาไม่ผิด เฉาไทเฮาอยากอบรมสั่งสอนหลี่ฉางชิง แต่หลี่ฉางชิงเป็นโจรที่ราชสำนักรับเข้ามาเป็นขุนนาง คนแบบนี้ หากไม่ใช่คนที่สั่งสอนยากมาก ก็ไม่มีความคิดเป็นของตนเองจึงทำตามความคิดเห็นของคนอื่นตลอด ดูท่าทาง ตระกูลหลี่น่าจะเป็นอย่างแรก ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่นำเงินจำนวนมากเข้าเมืองมาผูกมิตรกับขุนนางในเมืองหลวง ไม่แน่พวกเขาอาจจะซื้อกิจการทั้งหมดของเฉาไทเฮาและบริหารต่อก็ได้ ข้าบังเอิญมีโอกาสได้รู้จักกับหลี่เชียนลูกชายคนโตของหลี่ฉางชิงพอดี จึงแนะนำเขาไปเล็กน้อย หากตระกูลหลี่ฉลาด ครั้งนี้ไม่ยืนดูอยู่ข้างๆ อย่างนิ่งดูดาย แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็จะคิดหาทางยื่นสิ่งที่ยืนยันความจงรักภักดีให้ท่าน คนๆ นี้ข้าคิดว่ายังสามารถใช้งานได้ หากพวกเขาติดต่อท่าน ท่านลองหาเวลาเจอหน่อยก็ได้”
“หลี่เชียนหรือ?” แน่นอนว่าเจียงเจิ้นหยวนต้องไว้หน้าหลานสาวอยู่แล้ว และถามอีกหลายคำ “เจ้าชอบเจ้าหนุ่มนี่หรือ?”
เจียงเซี่ยนได้ยินก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจอย่างบอกไม่ถูก และเอ่ยว่า “ทำไมท่านถึงได้คิดเช่นนี้?”
เจียงเจิ้นหยวนยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าเห็นเจ้าจัดการคนสกุลฟางเสียเป็นระเบียบเรียบร้อย