่ยถึงตรงนี้ เสียงของนางก็ชะงักไป และเอ่ยว่า “เจียหนาน ข้าได้ยินว่าครั้งนี้อ๋องเหลียวก็มาด้วย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าวังเมื่อไรกันแน่”
ครั้งนี้ไม่เพียงแต่อ๋องเหลียวมาแล้ว จ้าวเซี่ยวซื่อจื่อจิ้งไห่โหวก็มาแทนบิดาแล้วเช่นกัน เวลานี้สองคนนั้นคนหนึ่งน่าจะพักอยู่ในจวนที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ที่ตรอกสี่ใหม่ของจิ้งไห่โหว ส่วนอีกคนน่าจะตั้งค่ายพักแรมอยู่ที่ที่ห่างจากค่ายทหารภูเขาตะวันตกสิบห้าลี้ รอเฉาไทเฮาเรียกเข้าเฝ้า
วันที่สิบสามเดือนสิบ ซึ่งเป็นวันก่อนวันเกิดของเฉาไทเฮาเช่นกัน พวกเขาต่างก็จะพักที่ตำหนักหยวนหล่างใกล้ภูเขาวั่นโซ่ว
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เฉาเซวียนยังอยู่ที่ภูเขาวั่นโซ่วหรือ? วันนี้พวกเจ้าได้คุยกันหรือไม่?”
ไป๋ซู่หน้าแดงและเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “โธ่เอ๋ย ข้าพูดเรื่องจริงจังกับเจ้า ทำไมเจ้าล้อข้าเล่นประจำเลย?”
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “นอกจากเรื่องของเจ้ากับเฉาเซวียนที่เป็นเรื่องจริงจังในใจข้าแล้ว เรื่องอื่นต่างก็ไม่ใช่เรื่องจริงจังอะไรนัก”
ไป๋ซู่ยิ่งหน้าแดง
ทั้งสองคนหยอกเล่นกันครู่หนึ่ง เจียงเซี่ยนก็บอกคำพูดของเมิ่งฟางหลิงกับนาง ทั้งสองคนปรับเปลี่ยนคำเรียบร้อย หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ไปคารวะไทฮองไทเฮา
ไทฮองไทเฮารีบให้คนยกของว่างที่ทำใหม่มาให้พวกนางกิน และยิ้มพลางถามพวกนาง “ทำไมวันนี้ทำตัวเรียบร้อยขนาดนี้? นึกไม่ถึงว่าจะฝึกเขียนตัวอักษรใหญ่อยู่ในตำหนักอย่างว่าง่าย!”
ไป๋ซู่ไม่ก