! ผู้อาวุโสอย่างท่านต้องตัดสินใจให้ข้าสิ!”
อ๋องเจี่ยนส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วเอ่ยว่า “ข้าจะไปสำนักหมอหลวงสักครั้งแล้วกัน”
นางรีบเอ่ยว่า “ทางขุนนางใหญ่ในราชสำนักจะทำอย่างไร? แล้วยังหน่วยองครักษ์กับกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครอีก…”
อ๋องเจี่ยนพึมพำว่า “ทางขุนนางใหญ่ในราชสำนักนั่นปิดบังไม่ได้ เรียกคนของสำนักราชเลขาธิการที่ช่วยฝ่าบาทบริหารราชการเข้ามาแล้วกัน ส่วนหน่วยองครักษ์กับกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครนั้นก็ต้องขอให้เจิ้นกั๋วกงออกหน้าแล้ว”
นางถึงได้เรียกลุงของตนเองเข้าวัง
ท่านลุงทั้งตกใจและโกรธ เขามองนางพลางกระทืบเท้าตลอด และเอ่ยว่า “ต่อไปเจ้าจะทำอย่างไรล่ะ? เจ้ายังเด็กขนาดนี้ แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกชายคนโตของฝ่าบาทจะเติบโตเป็นคนได้หรือไม่ ถึงเวลานั้นรับซื่อจื่อของตระกูลไหนสักตระกูลมาเป็นลูกชายคนโตดีกว่า”
คำพูดเหล่านี้ทำให้นางร้องไห้ขึ้นมาอย่างเงียบๆ
นางลากลุงของตนเองไปข้างหนึ่ง แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านลุงฟัง
ท่านลุงได้ยินแล้วอยากตบนางสักฉาด ปากก็เอ่ยว่าเจ้า “ทรยศ” เจ้า “ปลงพระชนม์ฝ่าบาท” และทันใดนั้นก็ร่างราชโองการด้วยตนเอง ให้นางเขียนตามให้กองพิธีการ เรียกเจียงลวี่กับหวังจ้านเข้าเมืองหลวง ให้เจี่ยงลวี่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการค่ายทหารภูเขาตะวันตกรักษาการณ์ค่ายทหารภูเขาตะวันตก และให้หวังจ้านดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครรักษาการณ์เมืองหลวง ส่วนตนเองก็รับงานหนักอ