ังคงจะคิดหาทุกวิถีทางส่งมาที่วังฉือหนิง ข้ากับเขาก็ถือว่าร่วมทุกข์ด้วยกัน ไม่อย่างนั้นข้าจะรับปากเป็นฮองเฮาของเขาได้อย่างไร?”
“ทว่าในเมื่อข้ารับปากเป็นฮองเฮาของเขาแล้วก็จะทำหน้าที่ของฮองเฮาอย่างสุดความสามารถ”
“สนมของเขา นั่นก็เป็นกฎที่บรรพบุรุษตั้งไว้เช่นกัน เขาไปมั่วกับใคร แน่นอนว่าข้าก็ต้องใจกว้างอยู่แล้ว ลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งก็ผ่านไปแล้ว แต่เขาก็ใช้ได้ทีเดียว พาลูกชายที่แอบคลอดออกมามาบันทึกชื่อลงในบันทึกลำดับการสืบเชื้อสายประจำราชวงศ์แล้วให้ข้าเลี้ยง ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องโปรดปรานเพียงสตรีสกุลเซียว แต่เขายังพาแม่นมที่แต่งตั้งเป็นฮูหยินเฟิ่งเซิ่งมามั่วกันถึงในวังด้วย แม้กระทั่งข้าเห็นแล้วก็ไม่เห็นจะทำตัวเสเพลน้อยลงแม้แต่นิดเดียว แถมยังพูดต่อหน้าแม่นมฟางว่า ‘ฮองเฮาของข้ายังเด็กเกินไป ไม่เข้าใจความรักของชายหญิง ไว้อีกไม่กี่ปี มีลูกก็จะรู้เอง’ …ตอนที่อ๋องเจี่ยนมาเมื่อครู่ ท่านไม่เห็นท่าทางของเขา เขารู้หมดว่าจ้าวอี้ทำอะไรบ้าง แล้วทั้งในและนอกวังหลวงนี้ยังมีใครที่ไม่รู้…ท่านจะให้ข้าทนได้อย่างไร?”
“ยิ่งกว่านั้นเขาอาศัยตระกูลเจียงของพวกเรากำจัดเฉาไทเฮา แล้วก็กลัวตระกูลเจียงของพวกเราลอบวางแผนก่อกบฏ จึงให้น้องชายของแม่นมฟางขึ้นเป็นแม่ทัพเซวียนถง แถมยังคิดจะให้หลานชายของนางรับช่วงต่อกองบัญชาการปัญจทิศรักษานคร จับองครักษ์เมืองหลวงไว้ในกำมือ ต่อให้ข้าคลอดลูกชาย จะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม