มือออกมาช่วยดึงคอเสื้อของเซี่ยอี๋และปัดเบาๆ เท่านั้น ราวกับว่ากำลังปัดฝุ่นออก แล้วค่อยเอ่ยปากว่า “ถ้าอยากเข้าใจฉัน อยากรู้ความผูกพันระหว่างฉันกับเซี่ยอี๋ งั้นนายก็ต้องใช้ชีวิตให้ดี ไปค้นหาไปสัมผัสด้วยตัวเอง”
คำพูดของหลิงหลานทำให้ดวงตาสองข้างของเซี่ยอี๋แดงก่ำขึ้นทันที จากนั้นน้ำตาร้อนๆ ก็หยดลงมาอย่างเงียบงัน “ฉันยังใช้ชีวิตต่อไปได้อีกเหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ตราบใดที่นายอยากมีชีวิตอยู่ นายก็สามารถอยู่ได้ การหลอมรวมไม่ได้หมายความว่าจิตสำนึกจะต้องดับสูญไป ไม่ใช่ว่าไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะอยู่ร่วมกัน” หลิงหลานตอบกลับอย่างจริงจัง
“ฉันอยากอยู่ต่อ ฉันอยากอยู่ต่อ…” เซี่ยอี๋เอ่ยคำพูดประโยคนี้ซ้ำๆ
“งั้นก็อยู่ต่อไปสิ” หลิงหลานกอดเซี่ยอี๋แรงๆ และตบหลังเขาหนักๆ
แววตาสับสนของเซี่ยอี๋เริ่มแน่วแน่ขึ้นมา เมื่อเขาลืมตาอีกครั้งก็ไม่มีความเย็นชาและความบ้าคลั่งเมื่อครู่นี้แล้ว แต่กลับดูสงบเยือกเย็นแทน เขาเงยหน้ามองไปที่หลิงหลาน แล้วแยกเขี้ยวกล่าวว่า “ลูกพี่ นายกอดแรงเกินไปแล้ว ฉันเจ็บมากเลยนะ”
หลิงหลานปล่อยเซี่ยอี๋ แล้วมองเขาอย่างจริงจังแวบหนึ่งถึงค่อยพยักหน้า “ดูไม่เลวเลย”
“ฉันกลืนกินบุคลิกด้านมืดไม่ดีกว่า