า เหนือฟ้าก็เต็มไปด้วยหมู่ดาวอันเรืองรอง!
ดาวทุกดวงที่ลุกสว่างคือเจินจวินผู้บรรลุมรรคแห่งผล!
เวลานั้น คนทั่วทั้งใต้หล้าล้วนสัมผัสได้ แสงดาวที่ห้อยลงมาดั่งโซ่ตรวน พุ่งตรงลงยังดวงเนตรม่วงเหนือเวหา
ภายใต้แรงกดดันเหล่านั้น ดวงเนตรม่วงที่เคยปกคลุมทั่วหล้าก็ค่อยๆ หดเล็กลง พลังม่วงดั่งมหานทีถูกบีบอัดรวมตัว สุดท้ายกลายเป็นร่างเงาพร่าเลือน มองไม่เห็นเค้าโครง ไม่รู้ว่าเป็นชายหรือหญิง เด็กหรือชรา ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาเสียงหนึ่ง ทั้งชวนหัวทั้งน่ากลัว
“ต้องถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เสียงหัวเราะนั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคำว่า “หาที่ตาย” ก่อนหน้า เพราะมันไม่ใช่เพียงน้ำเสียงของสิ่งเร้นลับ หากแต่แฝงด้วยอารมณ์ของสิ่งมีชีวิต
ชั่วพริบตา สวรรค์และปฐพีก็มืดมน
ชะตาฟ้ากับเหตุผลทั้งปวงพลันถูกอำพราง ไม่มีผู้ใดมองเห็นสภาพศึกอีกต่อไป แม้แต่เจินเหรินผู้วางรากฐานก็มิอาจหยั่งรู้
‘ยากนัก…ยากแท้’
ลวี่หยางก้มศีรษะลงอย่างหนัก เลือดไหลจากดวงตาทั้งสองเป็นสาย แลกมากับการจ้องเข้าไปในสนามรบเมื่อครู่ แต่เขากลับได้เห็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง
‘ไม่ต่ำกว่าสิบ!’
นอกจากชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินแล้ว ในหมู่นิกายศักดิ์สิทธิ์ยังมีเจินจวินลึกลับอีกหนึ่งที่ลงมือ ส่วนแดนสุขาวดี ราชสำนักเต๋า นิกายกระบี่หยก และดินแดนโพ้นทะเลก็ล้วนมีเจินจวินปรากฏกาย
นับนิ้วไม่พอ!
‘แต่…นี่ก็คือโอกาสของข้า! เมื่อชะตาฟ้าถูกอำพราง สิ่งใดเกิดขึ้นหลังจากนี