อดยิ้มเจื่อนไม่ได้ เขาตระหนักได้อีกครั้งแล้วว่า ลูกพี่หลานเป็นตัวตนที่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ เหมือนกับว่าขอเพียงเขาอยู่ ไม่ว่าปัญหาอะไรต่างก็ไม่เป็นปัญหา สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
“พูดถึงแฮคเกอร์ ฉันเหมือนได้ยินเนี่ยนเทียนโหยวเหรินเคยพูดว่า เขาเองก็เป็นแฮคเกอร์เหมือนกัน ถ้าเกิดเขาอยู่ละก็ บางทีอาจจะได้ข้อมูลพวกนี้มาแล้วก็ได้…” เซี่ยอี๋นึกถึงคำพูดที่เนี่ยนเทียนโหยวเหรินกล่าวไว้บนยานลำเลียงแล้วเอ่ยด้วยความเสียใจเล็กน้อย
“ใช่เลย! โชคร้ายชะมัด ถ้าเกิดเขาอยู่ พวกเราก็จะปลอดภัยมากขึ้น…” ฉีหลงได้ยินคำกล่าวก็เอ่ยอย่างหงุดหงิดอยู่บ้าง “ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็นแบบนี้ ตอนนั้นฉันน่าจะให้เนี่ยนเทียนโหยวเหรินเข้ามาในยานรบก่อน”
“ตอนนี้พูดเรื่องพวกนี้ไปก็สายเกินไปแล้ว ไม่สู้ระดมความคิดกันดีกว่าว่าเราควรจะรับมือกันยังไงดี” หลี่ซื่ออวี๋ตัดบทฉีหลงทันที เตือนทุกคนว่าเลิกคิดเรื่อยเปื่อยกันได้แล้ว
หานจี้จวินได้ยินคำพูดก็พยักหน้ากล่าววว่า “นักเรียนดีเด่นหลี่พูดถูกแล้ว แฮคเกอร์ที่มีเพียงแค่สองคนของทีมต่างไม่อยู่ ดังนั้นพวกเราไม่จำเป็นต้องคิดวิธีใช้ความสามารถของแฮคเกอร์ไปเอาข้อมูลเลย มาคิดวิธีการอื่นกันเถอะ”
หลายคนเริ่มคิดหนัก น่าเสียดายที่ไม่สามารถคิดหาวิธีการดีๆ ออกมาได้เลย เซี่ยอี๋เห็นจีอู๋ปู้ซิว หรือก็คือฉางซินหยวนในโลกความเป็นจริงที่ถูกราชันสายฟ้าสนใจจนตกอยู่ในสภาพตกอับซ้ำชั้นอยู่ในโรงเรียนทหารสองปี ปัจจุบัน