มื่อสักครู่นี้ไปไกลลิบตา…บุคลิกเย็นชาสุดขีดคิดอย่างหดหู่ใจอยู่บ้าง
ลั่วล่างไม่รู้ความคิดของบุคลิกเย็นชาสุดขีดเลย เขาได้ยินคำสั่งของหลิงหลานก็กระโจนเข้าไปหาบุคลิกเย็นชาสุดขีดที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเขาแตะโดนอีกฝ่าย บุคลิกหลักก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม ไม่มีที่ให้เขาลงมือเลย ได้แต่มองตาปริบๆ เท่านั้น
“โง่เง่าจริงๆ!” บุคลิกเย็นชาสุดขีดเห็นบุคลิกหลักแสดงท่าทีห่วยแตกเช่นนี้ก็ด่าด้วยความดูถูก อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากละเมิดสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับหลิงหลาน ได้แต่บีบพลังจิตของตัวเองอย่างสุดความสามารถ มันเล็กลงเรื่อยๆ จนในที่สุดบุคลิกหลักก็เอาชนะได้แล้ว
บุคลิกทั้งสองเริ่มหลอมรวมกัน บุคลิกเย็นชาสุดขีดรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของบุคลิกหลักและประสบการณ์ตั้งแต่เด็กจนโตของเขา รวมถึงเพื่อนๆ เหล่านั้นด้วย…
แม่งเอ๊ย บุคลิกหลักอ่อนปวกเปียกโคตรๆ เลย ถ้าเกิดเขาเป็นบุคลิกหลักละก็ ตำแหน่งลูกน้องอันดับหนึ่งของลูกพี่ต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน ไม่ใช่ฉีหลงที่สมองทึมทื่อนั่น…บุคลิกเย็นชาสุดขีดครุ่นคิดด้วยความหงุดหงิด
ครั้งนี้เวลาในการปราบบุคลิกเย็นชาสุดขีดนานกว่าบุคลิกอื่น ฟ้าสว่างแล้ว ในหอต่อสู้เริ่มมีผู้คนมากขึ้น มีบางคนกักตนทำสมาธิ มีบางคนฝึกฝนวิชาต่อสู้ พวกเขาต่างทยอยกันเปิดห้องแล้วเดินออกไป และมีนักเรียนบางคนที่วันนี้ไม่มีวิชาเรียนและไม่อยากเข้าไปในโลกหุ่นรบก็เข้ามาในหอต่อสู้และท้าประลองสักรอบสองรอบ