, ก็เป็นเพียงของที่จะถูกบั่นคอด้วยกระบี่เดียวเท่านั้น!”
“ท่านอ๋องอย่าได้วู่วาม”
จงซินเห็นดังนั้นพลันรีบคุกเข่ากล่าว
“ท่านอ๋องคือพระวรกายอันล้ำค่า, รากฐานของประเทศ, มิใช่ปุถุชน, ไหนเลยจะเสด็จไปยังสถานที่อันตรายด้วยพระองค์เองได้? การกระทำนี้มิอาจจะทำได้โดยเด็ดขาด!”
“งั้นก็ช่างมันเถิด”
ชิ่งอ๋องตามน้ำ ทรงประทับกลับลงบัลลังก์
ในใจพลันเหยียดเย้ย เขาคือโอรสสวรรค์ จะไปยอมเสี่ยงชีวิตกับคนต่ำต้อยพวกนั้นได้อย่างไร?
แต่หากพระองค์ไม่ไป แล้วจะให้ผู้ใดไปเล่า?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ก็ยื่นพระหัตถ์ไปจับมือจงซินพลางทอดถอนใจ
“จงอ้ายชิงเอ๋ย…หากข้าไม่ออกศึกด้วยตน แล้วจะมีผู้ใดแบ่งเบาภาระแทนข้า?”
“ข้าน้อยยินดีถวายชีวิต!”
จงซินหาได้ลังเลไม่ คารวะเอ่ย
“ท่านอ๋องโปรดพระราชทานกระบี่เทียนจื่อ มอบหยกเจี๋ยเยวี่ย ให้ข้าน้อยรับตำแหน่งเจินเหรินแทนพระองค์ ยกทัพลงใต้ หากเกิดเภทภัย สิ้นชีพก็คือข้าน้อย มิใช่ท่านอ๋อง และจักสามารถเฟ้นหาผู้อื่นแทนข้าน้อยได้อีก”
“เจ้าจะไม่ลำบากเกินไปหรือ?”
ชิ่งอ๋องทอดเสียงเอื้ออาทร
“ด้วยเดชคุณบารมีของเจ้า การสวมตำแหน่งเจินเหรินแทนราชวงศ์ เกรงว่าผลสะท้อนจะมหาศาล พอศึกสงบ เจ้าก็อาจบรรลุเต๋ามิได้ไปตลอดชีวิต”
“เพื่อคลี่คลายพระหทัย ข้าน้อยยอมดื่มน้ำขมด้วยความยินดี”
สิ้นเสียงนี้ ชิ่งอ๋องพลันพึงพอพระทัยนัก
“ดี! ดี! เหล่าเสนาขุนนางทั้งราชสำนัก มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่เป็นขุนนางสัตย์ ขุนนางดี!”
“