ี่มอบอ้อมกอดเวอร์จิ้นของเธอให้ไอ้หนูลั่วล่างเนี่ยนะ!” เสี่ยวซื่อเห็นแบบนี้ก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาโดยสิ้นเชิง ว่าไปแล้วนี่ก็คืออ้อมกอดเวอร์จิ้นของลูกพี่หลานนะ เดิมทีเขาวางแผนไว้ว่าเขาจะเป็นคนได้รับ ทำไมถึงถูกไอ้หมอนี่แย่งไปล่ะ? เวลานี้เสี่ยวซื่อที่คั่งแค้นอิจฉาริษยานึกอาฆาตแค้นความล้าหลังทางด้านเทคโนโลยีของโลกใบนี้อย่างหาใดเปรียบ ที่ไม่มีตัวตนร่างจริงให้สิ่งมีชีวิตทางปัญญาอาศัยอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงยึดครองอ้อมกอดเวอร์จิ้นของลูกพี่ไปตั้งแต่แปดร้อยปีก่อนแล้ว
“เงียบไปเลย อ้อมกอดเวอร์จิ้นของฉันถูกแม่ฉันเอาไปตั้งนานแล้ว…” คำพูดของเสี่ยวซื่อทำให้หลิงหลานพูดไม่ออกอยู่บ้าง จะว่าไปแม่ของเธอเป็นคนกอดเธอไม่ใช่เหรอ? น่าจะใช่นะ…หลิงหลานนึกด้วยความไม่แน่ใจเล็กน้อย
“เพศเดียวกันไม่นับ ต้องเพศตรงข้ามกันสิ เพศตรงข้ามกันเข้าใจไหม แล้วยังต้องเป็นลูกพี่กอดเองด้วย” เสี่ยวซื่อเสนอความเห็นคัดค้านด้วยความดื้อดึง บ่งบอกว่าอ้อมกอดของคุณแม่หลานไม่นับ
“งั้นก็ไม่ใช่ลั่วล่างอยู่ดี อ้อมกอดเวอร์จิ้นของฉันถูกพ่อฉันเอาไปตั้งนานแล้ว” หลิงหลานบอกความจริงให้เสี่ยวซื่อฟังอย่างเฉยชา ของที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดเวลาหายไปเมื่อไม่นานมานี้แล้ว
เสี่ยวซื่ออึ้งไป “ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ?”
“จะว่าไปตอนนั้นนายหมอบคารวะอยู่ใต้กางเกงทหารพ่อฉัน ในสายตาไม่มีของอย่างอื่นอยู่เลยนี่นา” หลิงหลานเอ่ยด้วยความเหยียดหยาม ทุกครั้งที่เสี่ยวซื่อเห็นหลิงเซียวก