็เคลิ้มทำตัวคลั่งไคล้ต่างๆ นานา ไม่มีท่าทีเยือกเย็นของสิ่งที่เรียกว่าสิ่งมีชีวิตทางปัญญาเลยสักนิดเดียว หลิงหลานยืนยันอีกครั้งว่า เสี่ยวซื่อคือของมีตำหนิแน่นอน
หลิงหลานถึงขนาดสงสัยว่า การที่เสี่ยวซื่อมาถึงโลกที่เป็นมิติระดับต่ำในชาติก่อนของเธอได้เป็นเพราะว่าผู้สร้างเสี่ยวซื่อไม่สามารถยอมรับของมีตำหนินี้ได้ เลยอิงจากแนวคิดว่าของที่พ้นสายตาไปแล้ว เรามักจะลืมเลือน เขาเลยโยนเสี่ยวซื่อเข้าไปมิติระดับต่ำปล่อยให้เขาไปตามยถากรรม?
หลิงหลานรู้สึกว่าเหตุผลนี้ดูน่าเชื่อถืออย่างมาก เสี่ยวซื่อสัมผัสได้ถึงความคิดของหลิงหลาน เขาก็เต้นเร่าๆ ด้วยความโกรธ คัดค้านความคิดเหลวไหลนี้อย่างรุนแรง ยืนยันว่าเขา…เสี่ยวซื่อคือร่างปัญญาที่แสนพิเศษเพียงหนึ่งเดียวในสวรรค์และโลกมนุษย์ หวังว่าหลิงหลานจะทะนุถนอมลูกน้องสารพัดนึกอย่างเขาคนนี้ให้ดี…
แน่นอนว่าหลิงหลานคุ้นชินกับพฤติกรรมเช่นนี้ของเสี่ยวซื่อแล้ว ตอนเธออายุน้อยยังใช้ ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ เนื่องจากทนรับพฤติกรรมของอีกฝ่ายไม่ไหว ทว่าตอนนี้เธอเฉยชาสุดขีด ทำหน้านิ่งไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว หลิงหลานคิดว่าการที่ฝีมือทำหน้าตายของเธอแข็งแกร่งขนาดนี้ เสี่ยวซื่อย่อมมีคุณงามความดีเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าหากไม่มีเขาคอยช่วยเธอฝึกฝนหัวใจให้เข้มแข็งวันแล้ววันเล่าปีแล้วปีเล่า เธอก็คงทำถึงจุดนี้ไม่ได้เหมือนกัน
หลิงหลานจึงแบกลั่วล่างไว้บนบ่าของตัวเองท่ามกลางความคลุ้มคลั่งของเสี่ยวซื่อเ