าก็อดเปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่ได้ เขารีบเหลือบมองเป้าหมายการโจมตีหลักของแรงกดดันนี้ ก่อนจะพบว่าหลิงหลานยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง อารมณ์ของเขาถึงค่อยผ่อนคลายฉับพลัน รู้สึกวางใจแล้ว
หลิงหลานคล้ายกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรต่อแรงกดดันที่ลูกพี่ฮั่วสำแดงออกมาอย่างลับๆ เธอยังคงตอบเลี่ยงๆ ว่า “นายลองดูได้นะ”
ลูกพี่ฮั่วกำลังอยากจะตอบกลับ พันเอกถังอวี้ที่อยู่ด้านข้างพลันเอ่ยปากตัดบทว่า “รายชื่อการประลองรอบที่สี่ของทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ประกาศ ดังนั้นรบกวนพวกเธอรีบออกไปจากเวทีประลองด้วย อย่าให้กระทบต่อขั้นตอนการประลอง”
ลูกพี่ฮั่วมองถังอวี้อย่างครุ่นคิดแวบหนึ่งแล้วค่อยมองหลิงหลานอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง เขาเอ่ยพลางหัวเราะหยันว่า “หวังว่าพวกเราจะมีโอกาสได้สู้กันสักรอบ คำพูดของนายเมื่อตะกี้นี้คือเรื่องที่ฉันอยากทำพอดี…” เขากล่าวจบก็ไม่รั้งอยู่ที่นี่อีก เขาพุ่งกายหนึ่งครั้งก็ออกไปจากเวทีประลอง กลับไปยังเขตพื้นที่ของเหลยถิง
หลิงหลานได้ยินคำพูดนี้มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย เผยความเยาะหยันที่เลือนรางสุดขีดออกมา เธอย่อมเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดนี้ ไม่ใช่แค่อยากล้างแค้นแทนสมาชิกกลุ่มของตัวเอง…อย่างไรเสียสุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องสู้กัน เธอก็แค่รอเท่านั้น
หลิงหลานคิดจบก็พุ่งกายกลับไปยังเขตพื้นที่ตัวเองเช่นเดียวกัน เวลานี้เอง อู่จย่งเขยิบเข้ามาใกล้ด้วยความตึงเครียด เอ่ยถามเสียงแผ่วเบาว่า “ลูกพี่หลาน พวกเราจ