ะชนะได้จริงๆ เหรอ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของอู่จย่งเผยความไม่แน่ใจออกมา ทำให้หลิงหลานประหลาดใจอย่างยิ่ง อู่จย่งเป็นเด็กหนุ่มที่มีจิตใจมั่นคงแน่วแน่ ไม่มีทางสูญเสียความมั่นใจในตัวเองมาตลอดในความทรงจำของเธอ
“นายคิดจะพูดอะไร?” หลิงหลานเลิกคิ้ว
อู่จย่งเอ่ยด้วยความหวั่นใจนิดหน่อยว่า “ฉีหลงแพ้แล้ว ฉะ…ฉันจะทำได้เหรอ?”
ในใจอู่จย่งรู้ดีว่ากลุ่มนักเรียนใหม่ของพวกเขาอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบอย่างยิ่งยวด จำเป็นต้องเอาชนะการประลองอีกสองรอบให้ได้ทั้งหมดถึงจะคว้าชัยชนะในการเดิมพันครั้งนี้ได้ นี่ก็หมายความว่า ไม่ว่าเขาออกไปประลองรอบไหนก็แพ้ไม่ได้ทั้งนั้น ความกดดันแบบนี้ไม่เบาเลย กอปรกับเห็นฉีหลงที่แข็งแกร่งกว่าเขาเล็กน้อยต่อสู้อย่างยากลำบากขนาดนั้นแต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ไป นี่ทำให้เขาเริ่มไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเล็กน้อย
คำพูดของอู่จย่งทำให้หลิงหลานหันหน้าไปฉับพลัน สายตาเย็นเยียบดุดันทอดมองตรงไปที่อู่จย่ง
แววตานี้เหมือนกับดาบอันคมกริบแทงตรงเข้าไปในใจอู่จย่ง ทำให้เขาก้มหน้าลงด้วยความอับอาย เขารู้ว่าสภาพจิตใจของตัวเองเกิดปัญหาแล้ว เขาทำตัวรับไม่ได้ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ทำผิดต่อความคาดหวังของลูกพี่หลานจริงๆ…
‘เปาะ’ หลิงหลานดีดนิ้วแรงๆ ใส่หน้าผากของอู่จย่งทันที ทำให้อู่จย่งเงยหน้ากุมหน้าผากด้วยความตะลึงลาน
“ได้สติกลับมายัง?” หลิงหลานถาม
“อ่า…” อู่จย่งยังคงตกตะลึง ร้องอ่าออกมาตามจิตใต้สำนึก ดูเ