หมือนว่าการดีดนิ้วของหลิงหลานเมื่อสักครู่นี้จะทำให้เขาตกใจจนเซ่อซ่าไปจริงๆ ถึงยังไงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลิงหลานไม่ได้เหมือนพวกฉีหลงที่สนิทสนมเติบโตขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนใกล้เคียงกับการร่วมมือกันมากกว่า แต่การกระทำของหลิงหลานเมื่อสักครู่นี้ดูสนิทชิดเชื้ออย่างยิ่งยวด ราวกับปฏิบัติต่อลูกน้องที่รักของตัวเองก็ไม่ปาน นี่ทำให้อู่จย่งรู้สึกตื่นเต้นและเกิดความรู้สึกมากมายประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน ไม่รู้ว่าควรตอบสนองยังไงไปชั่วขณะ
“อู่จย่ง ความจริงแล้วพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ของนายไม่ได้ด้อยกว่าฉีหลงตรงไหนเลยนะ” หลิงหลานรอให้อู่จย่งใจเย็นลงเล็กน้อยแล้วก็เอ่ยปากกล่าวขึ้นมา
“อ่า…” อู่จย่งตกตะลึงกับคำพูดของหลิงหลานอีกครั้ง หรือว่าลูกพี่หลานกำลังปลอบใจเขาอยู่? ควรรู้เอาไว้ว่าเขาถูกฉีหลงกดมาตลอด ไม่เคยเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย เห็นได้ว่าพรสวรรค์ของเขาสู้ฉีหลงไม่ได้
“สาเหตุที่นายสู้เขาไม่ได้เป็นเพราะว่านายไม่ได้ใสซื่อบริสุทธ์เหมือนฉีหลง” หลิงหลานชี้ไปที่หน้าอกตัวเอง
คำพูดของหลิงหลานทำให้อู่จย่งงุนงงอยู่บ้าง หลิงหลานกล่าวต่อว่า “นอกจากการต่อสู้แล้ว หัวใจของฉีหลงไม่ได้ใส่ของอย่างอื่นเอาไว้เลย แต่ว่านายไม่ใช่ ของที่นายต้องพิจารณามีอยู่มากมาย เช่น อนาคตของนาย อนาคตของพวกสมาชิกทีมนาย ทั้งหมดนี้แบ่งความสนใจของนายออกจากการต่อสู้ นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมนายถึงไล่ตามฉีหลงในด้านการ