ในทีมเขาต่างแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อเทียบกับทีมของหลิงหลานแล้ว เห็นได้ชัดว่าแต่ละคนต่างอ่อนด้อยกว่ามาก ก่อนหน้านี้เขาคิดมาตลอดว่าคุณสมบัติของคนอื่นๆ ในทีมตัวเองสู้พวกหลินจงชิง เซี่ยอี๋ไม่ได้ ตอนนี้ดูเหมือนว่า เป็นปัญหาของตัวเขาเองแล้ว
“แต่มองในทางกลับกัน นายก็ควรภาคภูมิใจในตัวเองนะ” หลิงหลานเปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน ทำให้อู่จย่งเงยหน้าด้วยความตกตะลึง มองหลิงหลานอย่างเหลือเชื่อ เขาทำตัวแย่ขนาดนี้ ทำไมลูกพี่หลานยังบอกให้เขาภูมิใจในตัวเองด้วยล่ะ?
“ต่อให้นายแบ่งสมาธิไปสนใจด้านอื่นๆ มากมายขนาดนั้น นายก็ยังไม่ถูกฉีหลงสลัดทิ้งไปไกลมากนัก นายไม่ควรรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเลยหรือไง?” หลิงหลานเลิกคิ้วถามกลับ
คำพูดนี้ของหลิงหลานทำให้หัวใจของอู่จย่งร้อนรุ่มขึ้นมาทันใด ที่แท้เขาไม่ได้ด้อยกว่าฉีหลงเท่าไหร่เลย
“ดังนั้น ฉันเลยเชื่อมั่นในความสามารถของนายว่าจะต้องเอาชนะในช่วงเวลาสำคัญได้…” ในที่สุดหลิงหลานก็เอ่ยคำตอบของเธอออกมา ความจริงแล้วที่เธอพูดอ้อมไปอ้อมมานานขนาดนี้ก็เพื่อกำจัดความไม่มั่นใจเล็กน้อยที่อยู่ในใจของอู่จย่งออกไป ในฐานะที่เธอเป็นลูกพี่ของกลุ่ม ไม่ง่ายสำหรับเธอเลย…
อันที่จริงหลิงหลานรู้สึกกลุ้มใจมาก เธอรับหน้าที่เป็นไลฟ์โค้ชทางใจให้เด็กพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? หลี่อิงเจี๋ยก็หนึ่งแล้ว มาตอนนี้อู่จย่งก็ด้วย…แต่พอคิดกลับกัน การกระทำของหลี่อิงเจี๋ยกับอู่จย่งก็ค่อนข้างเหมือนเด็กอายุ 16 ทั่วไป ตร