ี การพ่ายแพ้ของฉีย่าทำให้ซ่งเหลียนลู่เปลี่ยนเป็นระมัดระวังตัวสุดขีด เขาไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ดังนั้น เขาจึงเตรียมพร้อมดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที
ขณะเดียวกันหลี่อิงเจี๋ยได้รับคำชี้แนะจากหลิงหลานก่อนขึ้นประลองเช่นเดียวกัน เนื่องจากเขากับลั่วล่างต่างเพิ่งเข้าสู่ระดับพลังปราณ พลังปราณยังไม่มั่นคง ดังนั้นจึงไม่เหมาะให้เขาบุกโจมตีคนอื่น ให้เน้นการต่อสู้พัวพันเป็นหลักดีกว่า แน่นอนว่าสถานการณ์บนเวทีประลองจะเปลี่ยนแปลงมากมายในชั่วพริบตา ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องอาศัยหลี่อิงเจี๋ยเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ถึงแม้หลี่อิงเจี๋ยจะเป็นเด็กอวดดีเอาแต่ใจ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่มุทะลุ สติปัญญาในการต่อสู้ยังคงดีมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถยึดตำแหน่งอับดับห้าอย่างมั่นคงได้สิบปี ดังนั้นความคิดที่เขาเลือกจึงเหมือนกับซ่งเหลียนลู่ ทั้งสองคนประจัญหน้ากันอยู่ไกลๆ หลังจากนั้นก็วนอ้อมเวทีประลองหาโอกาสลงมือ
นี่แตกต่างจากการเข้าปะทะกันตรงๆ ของลั่วล่างกับฉีย่าโดยสิ้นเชิง ทั้งสองคนแทบจะวนอ้อมบนเวทีประลองสามนาทีเต็มๆ ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบกลับไม่ลงมือเลย ฉากที่น่าอึดอัดนี้ทำให้บรรดานักเรียนที่ชมการประลองหมดความอดทน มีบางคนถึงขนาดเริ่มหาวขึ้นมา มีคนไม่น้อยเริ่มทยอยกันแสดงความเห็น คาดเดาว่าพวกเขายังจะวนรอบไปอีกกี่นาทีกันแน่…
ในตอนนี้เอง ซ่งเหลียนลู่ที่เดิมทียังคงวนรอบอยู่นั้นกระทืบเท้าขึ้นทีหนึ่งฉับพลั