ำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนโซฟาพลันลืมตาขึ้นมา เขาเห็นหลี่อิงเจี๋ยเดินขึ้นไปบนเวทีประลองด้วยความกระฉับกระเฉงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “ซ่งเหลียนลู่เป็นยอดฝีมือระดับพลังปราณแล้ว หลี่อิงเจี๋ยน่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา” ต่อให้ปากจะดูถูกหลี่อิงเจี๋ยอีกยังไง ตอนนี้หลี่ซื่ออวี๋ก็อดเป็นห่วงหลี่อิงเจี๋ยไม่ได้เหมือนกัน
อวิ๋นซิวกลับคัดค้านความคิดนี้ “ไม่แน่นะ เมื่อตะกี้เด็กที่ดูอ่อนแอมากคนนั้นกลับเอาชนะฉีย่าที่อยู่ระดับพลังปราณเหมือนกันได้เลย ฉันคิดว่านักเรียนใหม่รุ่นนี้ไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกเราจินตนาการไว้ บางทีญาติผู้น้องของนายอาจจะเข้าสู่ระดับพลังปราณแล้วเหมือนกันนะ”
หลี่ซื่ออวี๋เงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยเบาๆ ว่า “หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ…แต่ถ้าเกิดเขาแพ้ขึ้นมา ฉันจะทำให้เขารู้ว่าผลลัพธ์ของการพ่ายแพ้คืออะไร” ในเมื่อเขากับญาติผู้พี่คนโตไม่อาจกลายเป็นผู้นำตระกูลหลี่ได้แล้ว เช่นนั้นเขาก็หวังว่าหลี่อิงเจี๋ยที่สามารถกลายเป็นผู้นำตระกูลในท้ายที่สุดจะแข็งแกร่งมากขึ้นได้ ต่อให้เขาเกลียดความเลือดเย็นไร้เมตตาของตระกูลหลี่ ทว่าหลี่ซื่ออวี๋ที่ถูกอบรมสั่งสอนมาตลอดว่าให้ภาคภูมิใจในตระกูลหลี่ก็ไม่อยากให้ตระกูลหลี่ล่มจมเช่นกัน
……
ทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมตัวต่อสู้เรียบร้อยแล้ว พันเอกถังอวี้โบกมือขวาทีหนึ่งฉับพลัน ตะโกนเสียงดังว่า “เริ่มได้!”
สิ้นเสียงนี้ทั้งสองคนก็ประจันหน้ากันอยู่ห่างๆ เท่านั้น ไม่ได้จู่โจมทันท