วามเห็นคัดค้านอีก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขารู้ดีว่า เขาเป็นของที่อีกฝ่ายถือติดมือไปด้วยจริงๆ เขาได้สติกลับมาก็เห็นหลิงหลานค่อยๆ เดินทางห่างออกไปเรื่อยๆ ก็เลยตะโกนเสียงดังขึ้นมาทันใดว่า “หลิงเทียนอีเซี่ยน รอผมด้วย ผมก็จะไปเหมือนกัน” ทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียวย่อมอันตรายกว่าตามอีกฝ่ายไปแน่นอน เขาไม่อยากจบชีวิตตรงนี้นะ
“ว่าไงนะ? นายไม่กลัวตามฉันไปตายเหรอ?” หลิงหลานชะงักเท้า เอ่ยถามด้วยความเยาะหยัน
จีอู๋ปู้ซิวรีบพูดว่า “พวกเราเดินทางมาด้วยกันตลอด ไม่ว่ายังไงก็สนิทสนมกันอยู่บ้าง ผมจะรั้งอยู่ที่นี่คนเดียวโดยที่เห็นเพื่อนเสี่ยงอันตรายได้ยังไง ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน…” จีอู๋ปู้ซิวเหมือนกับรู้ว่าคำพูดตัวเองไม่มีพลังโน้มน้าว เสียงของเขาก็เบาลงเรื่อยๆ ราวกับไม่กล้าเผชิญหน้ากับดวงตากระต่ายที่สดใสของหลิงหลาน
หลิงหลานชำเลืองมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ไม่ได้เปิดโปงคำโกหกของฝ่ายตรงข้าม แต่ในเมื่อจีอู๋ปู้ซิวกล้าตามเธอไปเสี่ยงอันตราย ก็หมายความว่าเขาเชื่อมั่นความสามารถของเธอในระดับที่สูงมาก หลิงหลานไม่พูดอะไรอีก ยอมให้จีอู๋ปู้ซิวตามมาโดยปริยาย
ทั้งสองคนเดินลึกเข้าไปในป่า ทว่าเดินไปได้ไม่ไกลมาก หลิงหลานก็พลันผลักจีอู๋ปู้ซิวออก การเคลื่อนไหวนี้กะทันหันมากเกินไป จีอู๋ปู้ซิวไม่ได้เตรียมการป้องกันไว้ก็ถูกผลักจนล้มลงกับพื้นและกลิ้งไปสองตลบ…
‘ปัง!’ ทันใดนั้นเองตำแหน่งที่เดิมทีจีอู๋ปู้ซิวมุ่งหน้าไป