ี่อิงเจี๋ยฟังดูโอหัง แต่กลับได้รับเสียงตอบรับจากคนของสถาบันอื่นๆ ในโดฮาว่า “ใช่แล้ว พวกเราอยู่ในการคุ้มครองของเขา” ทุกคนรู้ว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างที่หลี่อิงเจี๋ยลงมือช่วยเหลือเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงทยอยกันส่งเสียงให้ความร่วมมือ
“คนจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือของพวกนายอวดดีแบบนี้กันหมดเลยหรือไง?” แววตาของอู๋หย่งฉายความเย็นชาออกมาแวบหนึ่งขณะเอ่ยอย่างเย็นเยียบ
หลี่อิงเจี๋ยไม่ได้ตอบ หากแต่หันหน้าไปถามพวกนักเรียนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือที่อยู่ด้านหลังว่า “พี่น้อง มีคนบอกว่าพวกเราอวดดีมาก เราจะให้พวกเขาผิดหวังไม่ได้ใช่หรือเปล่า?”
“ใช่!” นักเรียนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือที่ค่อนข้างต่อสู้เก่งจำนวนไม่น้อยทยอยกันลุกขึ้นก่อนจะล้อมเข้ามา บ่งบอกว่าจะทุ่มเข้ามาสุดกำลัง สภาพการณ์นี้ทำให้อู๋หย่งไม่กล้าหุนหันพลันแล่น แต่เขาก็ไม่ยอมถอยเพียงแค่นี้ เอ่ยถามว่า “พวกนายมีเหตุผลหน่อยได้ไหม”
หลี่อิงเจี๋ยหัวเราะหยันกล่าวว่า “บอกว่าพวกเราอวดดีแล้วยังถามว่าพวกเรามีเหตุผลได้ไหม? นี่นายโง่หรือไง?”
อู๋หย่งสำลัก สุดท้ายก็ได้แต่กัดฟันพูดว่า “คอยดูเถอะ” นี่เป็นคำพูดรุนแรงที่ทิ้งท้ายไว้จากการที่จนปัญญาทำอะไรไม่ได้ และก็หมายความว่าการปะทะกันสิ้นสุดลงแค่นี้ คนที่มีเหตุผลหน่อยไม่มีทางให้เรื่องรุนแรงขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกลับไปยังที่เดิมของแต่ละฝ่ายอย่างรู้ใจกัน
แต่หลี่อิงเจี๋ยคือใคร เขาย่อมเป็นลูกหลานตระกูลชั้นสูงที่