เมื่อเห็นพื้นที่เดิมทีสะอาดเรียบร้อยถูกเลือดที่กระอักออกมาจากปากของอีกฝ่ายย้อมจนแดงฉาน หลิงหลานก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ เธอดึงแขนเสื้อขึ้นด้วยความเย็นชา เอ่ยด้วยท่าทีเหมือนกับสั่งให้ทิ้งขยะก็ไม่ปาน “กลิ่นเลือดนี้น่าขยะแขยงจริงๆ หลินจงชิง เอาขยะนี้ไปโยนทิ้งให้ฉันหน่อย อย่าให้แปดเปื้อนดวงตาฉัน”
หลิงหลานกล่าวอย่างเย็นชาตามอารมณ์ เพียงพอที่จะยืนยันว่าเธอมีความเลือดเย็นอำมหิตและเหยียดหยามต่อชีวิต ต่อให้หลินจงชิงที่คุ้นเคยกับหลิงหลานเห็นหลิงหลานมีท่าทีแบบนี้ก็อดใจสั่นไม่ได้ ดวงหน้าของเขาแทบจะเปลี่ยนสี
ยังดีที่ช่วงเวลาหลายปีมานี้ทำให้หลินจงชิงเรียนรู้การใช้รอยยิ้มมาปกปิดความคิดที่แท้จริงของตัวเองไว้ เขายังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้า ตอบกลับด้วยท่าทีผ่อนคลายว่า “ครับ หัวหน้า!” ท่าทีของเขาเหมือนกับว่าเขาคุ้นชินกับคำพูดเหล่านี้ของหลิงหลานแล้ว เหตุการณ์ที่คล้ายคลึงแบบนี้ไม่ได้มีแค่ครั้งสองครั้งแน่นอน นี่ทำให้พวกเจ้าหน้าที่ตื่นตระหนกขึ้นมา
หลิงหลานลอบผงกศีรษะ สามปีมานี้หลินจงชิงก็เติบโตไม่น้อยเช่นกัน สามารถรับมือกับเหตุการณ์กะทันหันแบบนี้ได้อย่างไหลลื่น ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้พูดคุยกันมาก่อน แต่พวกเขาร่วมมือได้อย่างรู้ใจกันสุดขีด บรรลุถึงสภาพการณ์ที่หลิงหลานต้องการอย่างง่ายดาย
หลินจงชิงเดินขึ้นมาข้างหน้าด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ความจริงแล้วในใจเขาก็อดไม่ไหวรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้างเหมือนกัน ท่าทีกำกวมข