ิงอันไม่ได้สบายเหมือนหลิงหลาน หลังจากที่เขาลอยออกไปห้าหกเมตร เขาถึงค่อยใช้มือซ้ายคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ ยืมแรงสายนี้ดึงตัวเองกลับมาบนต้นไม้ ให้ตัวเองยืนอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม มือขวาของเขากลับห้อยต่ำลง แขนส่ายไปตามร่างกาย
มือซ้ายของหลิงหลานแสร้งกดมือขวาของตัวเองไว้ กล่าวอย่างเย็นชาว่า “สมกับที่เป็นอันดับหนึ่งของปีสิบ กระบวนท่าเดียวก็หักแขนขวาฉันได้แล้ว”
ในขณะเดียวจางจิงอันก็กุมมือขวาของตัวเองไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าย่ำแย่ว่า “นายเองก็ไม่ได้อ่อนแอเหมือนกันนี่!” แขนขวาของเขาก็ถูกอีกฝ่ายหักเหมือนกัน ทั้งสองคนนับว่าพ่ายแพ้บาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ เวลานี้จางจิงอันไม่มีความคิดว่าตัวเองเหนือกว่าเหมือนในตอนแรกแล้ว เขารู้ดีว่าหลิงหลานที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นยอดฝีมือระดับเดียวกับเขา
“แต่ว่า ต่อให้เป็นแบบนี้ พวกเรายังต้องตัดสินว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน!” หลิงหลานคล้ายกับตั้งใจจะตัดสินแพ้ชนะออกมา เธอเพิ่งจะพูดจบก็พลันกระทืบเท้าทีหนึ่งโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่แขนขวา อาศัยแรงดีดของเท้าบนกิ่งไม้ส่งร่างของเธอให้กระแทกใส่จางจิงอันราวกับลูกปืนใหญ่ก็ไม่ปาน
สีหน้าของจางจิงอันดูจริงจังหนักแน่น เขารู้ว่าคราวนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาตัดสินผลแพ้ชนะแล้ว นักสู้ระดับพลังปราณอย่างพวกเขาตัดสินแพ้ชนะกันในชั่วพริบตา ดูว่าพลังปราณของใครจะเหนือกว่ากัน
คราวนี้หลิงหลานเลือกโจมตีด้วยมือซ้าย แน่นอนว่าเธอสามารถใช้ได้แค่มือซ้ายเท่านั้น แต่เ