ิมทีนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อเขาได้เปรียบก็จะไม่ปรานี เข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เตรียมพร้อมจะฟาดกระบองใส่อีกฝ่ายแรงๆ
เวลานี้เอง สือฉีที่กำลังอยู่บนต้นไม้ชมการต่อสู้เงียบๆ นั้นก็พลันร้องเอ๊ะด้วยความตกใจ
จางจิงอันเลิกคิ้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? สือฉี?”
“ไม่มีอะไร หัวหน้า! แค่หนูที่หนีไปพวกนั้นย้อนกลับมาแล้ว!” สือฉีบอกสิ่งที่เขาพบให้ทุกคนฟัง
“อยากจู่โจมกลับเหรอ? หรือว่าคิดจะลอบโจมตี? นี่ดูถูกพวกเรามากไปแล้วใช่ไหม?” ลูกทีมอีกคนอดหัวเราะเยาะขึ้นมาไม่ได้
“แบบนี้ยิ่งดีเลย ไม่ต้องให้พวกเราเปลืองแรงไล่ตาม” จางจิงอันกลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องดี ดังนั้นเขาจึงตะโกนบอกหยวนเฉินที่อยู่ด้านล่างเสียงดังว่า “หยวนเฉิน ค่อยๆ เล่นนะ หนูน้อยพวกนั้นกลับมาแล้ว นายมีเวลาอยู่”
คำพูดของจางจิงอันทำให้เสี่ยวหมิงที่สวมชุดขาวตื่นตระหนก ในใจเขาทั้งโกรธทั้งกังวล โมโหว่าทำไมพวกเพื่อนร่วมทีมถึงตัดสินใจกลับมา กังวลว่าพวกเขาอาจจะถูกกำจัดจนหมดเพราะแบบนี้ได้
ต่อให้ในใจเสี่ยวหมิงที่สวมชุดขาวจะโกรธเกรี้ยวร้อนใจอีกสักแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถสะกดกลั้นความอบอุ่นมหาศาลที่โจมตีหัวใจได้ เขารู้ว่าที่พวกเพื่อนๆ ในทีมตัดสินใจแบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งเขาไว้
หยวนเฉินได้ยินคำพูดของจางจิงอัน ความเร็วในการโจมตีแต่เดิมก็พลันช้าลง เขากวัดแกว่งกระบองไปพลาง กล่าวเยาะหยันเสี่ยวหมิงในชุดสีขาว