อนนายมากขึ้น นายเองก็ไม่อยากเป็นภาระให้อีกฝ่ายเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” บางทีเวลาอาจจะทำให้เขามองเห็นความจริงชัดเจนได้
หลูเสี่ยวหลงผงกศีรษะติดต่อกัน คำพูดของมหาเทพเป็นเรื่องที่เขาเสียใจมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“พรสวรรค์ไม่พอก็อาศัยความพยายามมาชดเชย ดังนั้นอย่าคิดว่าผ่านด่านลวกๆ ก็พอแล้ว ฝึกฝนการควบคุมพื้นฐานให้ดีเถอะ ไม่อย่างนั้นนายจะกลายเป็นภาระของเพื่อนสนิทนายจริงๆ” เพื่อนสนิทนี้ย่อมหมายถึงเพื่อนสนิทจริงๆ
คำพูดของผู้ควบคุมเสือชีตาห์ทำให้หลูเสี่ยวหลงตระหนักขึ้นมาได้ ใช่แล้ว ต่อให้ตอนนี้สอบผ่าน เขาก็ยังช่วยเหลือพวกเพื่อนๆ ของเขาไม่ได้ ไม่สู้ทำตัวดีๆ ฝึกฝนการควบคุมพื้นฐาน ไว้พอมีความสามารถแล้วถึงจะช่วยเหลือพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น
หลุเสี่ยวหลงตัดสินใจแล้ว เขาบอกลาอีกฝ่าย แน่นอนว่าตอนที่จากไปนั้นก็หวังว่าจะได้รับวิธีการติดต่อของมหาเทพทั้งสองท่าน แต่น่าเสียดายที่ถูกผู้ควบคุมเสือชีตาห์ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล หลูเสี่ยวหลงไม่กล้ากวนใจแล้ว เขารู้ว่าการที่ได้รับคำชี้แนะของมหาเทพสักครั้งก็เป็นเรื่องที่น่าขอบคุณอย่างมากแล้ว ถ้าหากโลภมากอีกก็ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรมากเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เขายังบอกชื่อของตัวเองไป น้ำเสียงหวังชัดเจนว่าต่อไปตอนที่มีโอกาสเจอกัน มหาเทพจะจดจำเขาได้
เมื่อเห็นอีกฝ่ายออกไปจากห้องด้วยความอาลัยอาวรณ์ หลิงหลานก็อดอุทานด้วยความชื่นชมไม่ได้ “ไม่นึกเลยว่าฝีปากของนายจะดีขนาดนี้”
“งั้นเห