หลิงหลานเหลือบมองเสี่ยวซื่อด้วยสายตาเย็นเยียบทำเอาความลำพองใจของเสี่ยวซื่อที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อสักครู่นี้ไม่เหลือแล้ว
เสี่ยวซื่อที่รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ถูกอยู่บ้างก็ลดคิ้วต่ำลงทำสีหน้าอ่อนน้อมทันที ท่าทีน่าเอ็นดูของเขาทำให้หลิงหลานอารมณ์ดีและก็รู้สึกขบขัน สุดท้ายหลิงหลานก็ได้แต่ปล่อยเรื่องนี้ไปแล้วเปลี่ยนเป็นถามคำถามที่เธอสนใจมาก
“นายรู้เรื่องภารกิจมรดกมากเท่าไหร่?” ในเมื่อเสี่ยวซื่อมาเร็วขนาดนี้ เขาก็น่าจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้างแหละ
แต่ความเป็นจริงกลับไม่ได้เรียบง่ายเหมือนกับที่หลิงหลานคิดไว้ พอเสี่ยวซื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าก็ตกลง ทำท่าเหมือนได้รับการโจมตีอย่างใหญ่หลวง เขาก้มศีรษะลงเอ่ยด้วยความหม่นหมองว่า “ขอโทษด้วย ลูกพี่ ฉันเข้าไปสถานที่นั้นไม่ได้” เสี่ยวซื่อชี้ไปที่ด้านหน้า คริสตัลรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ หมุนวนอยู่ช้าๆ
“นั่นคืออะไร? ประตูเทเลพอร์ตเหรอ?” หลิงหลานเดินไปถึงเบื้องหน้าคริสตัล เอ่ยถามด้วยความสงสัย
เสี่ยวซื่อเอ่ยด้วยความหดหู่ว่า “ก็เป็นประตูเทเลพอร์ตอย่างหนึ่ง แต่ว่าคริสตัลนี้เป็นผลึกจิตวิญญาณของผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง ฉันคิดว่ามิติทดสอบอยู่ในนั้น เดิมทีฉันอยากเข้าไปตรวจสอบสักหน่อย ไม่นึกเลยว่าฉันเพิ่งจะเข้าไปใกล้ก็ถูกพลังจิตรอบๆ คริสตัลนี้ดีดออกมา มันเกือบจะทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บแล้วนะ” เสี่ยวซื่อตบหน้าอกน้อยๆ ของตัวเองด้วยความนึกก