นแม้ห่างกันหลายหมื่นลี้
ในเวลาเดียวกัน กลางทะเลดารา
บรรพชนอสูรวิญญาณมองลวี่หยางด้วยแววตาประหลาด “เมื่อกี้เจ้าไม่ได้บอกว่าจะไม่หลบหนีเขางั้นหรือ?”
“บรรพชนอย่าเข้าใจผิดเลย”
ลวี่หยางส่ายหน้าช้า ๆ ใบหน้าไร้ยางอายแลดูสงบนิ่ง “ข้าเพียงไว้ชีวิตเขาไปก่อนเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะจัดการเขา”
ไม่ทันขาดคำ ลวี่หยางก็เร่งใช้ศาสตราวิเศษตรวจฟ้า ล้างร่องรอยกรรมที่เกาะอยู่บนตน จากนั้นก็ใช้เคล็ดโอบอุ้มบรรพตเร่งรวบรวมพลังกายา ก่อนจะอาศัยความเชื่อมโยงแห่งกรรมอันเร้นลับ สะบัดเคล็ดกำหนดใกล้ไกล เจาะทะลวงห้วงสูญหายลับไปในบัดดล
สิบกว่าลมหายใจให้หลัง แสงกระบี่สาดทะยานมา
“…หนีไปแล้ว?”
เย่ว์เสวียนเฟิงสีหน้าขุ่นมัว รีบคำนวณด้วยเคล็ดกรรมเพื่อเสาะหาตำแหน่งของลวี่หยาง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความว่างเปล่า
ภายในเงาแสงพร่างพราวของเคล็ดวิชาหนึ่ง
เงาร่างของลวี่หยางค่อย ๆ ปรากฏขึ้น บรรพชนอสูรวิญญาณยืนอยู่ข้างหลังเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีปนตลก “เจ้าเด็กนี่ เคล็ดหลบหนีของเจ้าก็ถือว่าเลิศล้ำลือชาแล้วล่ะ”
“ข้าไม่ได้หนี ข้าเพียงทดสอบความเร็วในการหลบหนีกับเขาเท่านั้น”
“ผลพิสูจน์แล้ว เขาช้ากว่าข้ามาก!”
น้ำเสียงของลวี่หยางเอาจริงเอาจังไม่มีทีท่าจะพูดล้อเล่นแม้แต่น้อย สีหน้าก็ขึงขังเสียจนบรรพชนอสูรวิญญาณเกือบเชื่อเข้าให้
“ว่าแต่ที่เจ้าหลบหนีมานี่คือที่ไหน?”
ลวี่หยางส่ายหน้าเบา ๆ “ข้าเผาผลาญคุณความดีและโชคฟ้าที่เหลืออยู่