เสียงของเขา—เด็ดขาด และจริงจังจนไม่มีใครกล้าคิดว่าเขาแค่พูดเอาเท่กลืนน้ำลายเอื๊อก…
เหล่าทหารรับจ้างแลกเปลี่ยนสายตากันไปมา
จะลงมือดีหรือจะถอย?
สีหน้าแต่ละคนดูเหมือนกำลังชั่งใจว่าใครจะเป็นคนชักปืนก่อน หรือจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วเดินหนีออกจากร้านไปเลย
แต่ท้ายที่สุด การตัดสินใจก็เริ่มโน้มเอียงไปทาง “จัดการตามกฎ”
ออเซียนถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่ความตึงเครียดในอากาศเริ่มปะทุขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนฟองอากาศที่ผุดจากใต้ผิวน้ำ
เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องเห็นเลือดอีกในร้านนี้ หลังจากได้ลิ้มรสอาหารแสนอร่อยไปหยก ๆ
แต่การหนีนั้นไม่ใช่สิ่งที่อัศวินพึงกระทำ
โอเชียนวางมือลงบนดาบ เตรียมพร้อม และบรรยากาศก็มาถึงจุดเดือด
“ข้าขอแนะนำว่าอย่าชักปืนจะดีกว่า”
เสียงหนึ่งดังขึ้นกะทันหัน ทำให้ทุกสายตาหันไปยังโต๊ะมุมหนึ่งของร้าน
ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น จิบไวน์อย่างเงียบ ๆ
ชายตาดำคนนั้นยิ้มบาง ๆ รับกับสายตานับไม่ถ้วนที่พุ่งมาหาเขา
เขาแตกต่างจากชายคนอื่น ๆ ในร้านอย่างสิ้นเชิง ที่ล้วนแต่งตัวมอซอ หยาบกร้าน
เขาสวมสูทเรียบหรูปราศจากรอยยับ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนที่คลุกคลีอยู่กับหมัดหรือความรุนแรง
ชายหนุ่มจิบไวน์อีกคำ แล้ววางแก้วเบา ๆ บนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“พวกเจ้าจะชักปืนก็ได้ แต่เชื่อเถอะ… ไม่มีใครแม้แต่จะแตะเส้นผมของเขาได้”
คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของพวกทหารรับจ้าง แต่กลับไม่มีใครแสดงอาการโกรธออกมา
ตรงกันข้ามบา