ดวงตาของเขากลับเย็นลงกว่าเดิม
เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาได้สอนฟางจงอย่างหนึ่งแล้วว่า หลินเย่ไม่เคยทำสิ่งใดโดยไร้เหตุผล
ชายชราชุดเทาที่นั่งอยู่ด้านล่างเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“คุณชาย จะให้ข้าส่งคนไปสกัดเสียแต่คืนนี้หรือไม่”
ฟางจงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
“ไม่จำเป็น”
“ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่ามันจะใช้พ่อค้าขยะพวกนั้นทำอะไรได้”
เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบดังแกร๊ก
“แต่ให้จับตาดูมันทุกฝีก้าว”
“หากมีสิ่งใดผิดปกติ รีบรายงานข้าทันที”
“ขอรับ!”
ไม่นานหลังจากนั้น ชายชุดดำก็หายตัวไปในความมืด
ฟางจงเดินไปยืนตรงหน้าต่าง มองออกไปยังทิศทางของหอโอสถสวรรค์ที่อยู่ห่างออกไป
สายฝนยังคงตกไม่หยุด
หยดน้ำเกาะตามชายคาเป็นสายยาว ราวกับม่านหมอกที่ค่อย ๆ ปกคลุมเมืองชิงเหอเอาไว้ทั้งเมือง
ฟางจงหรี่ตาลง ก่อนพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ว่าเจ้าจะดิ้นรนเพียงใด”
“สุดท้ายเมืองนี้ก็ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้า”
ขณะเดียวกัน ภายในหอโอสถสวรรค์ หลินเย่ก็เก็บแผนที่ตรงหน้าอย่างช้า ๆ
หมากกระดานแรกถูกวางลงแล้ว
และในวันพรุ่งนี้ เมืองชิงเหอจะได้รู้ว่า
ศึกระหว่างหอโอสถสวรรค์กับหอโอสถชิงหยุน...
เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น