แต่น่าเสียดาย…
คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หลินเย่คนเดิมอีกต่อไป
เขามีทั้งระบบ มรดกของโอสถเซียน และหนทางที่จะสร้างรากฐานขององค์กรขึ้นใหม่ด้วยตนเอง
“ฟางจง…” หลินเย่เอ่ยชื่ออีกฝ่ายช้า ๆ
“เจ้าคิดว่าตัดเส้นทางของข้าได้แล้วข้าจะหมดหนทาง”
“แต่ครั้งนี้… ข้าจะใช้เมืองทั้งเมืองเป็นกระดานหมาก”
เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสะท้อนดวงตาของเขาจนคล้ายมีประกายเย็นเยียบแฝงอยู่ภายใน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในหอโอสถชิงหยุน ฟางจงก็กำลังฟังรายงานจากลูกน้องชุดดำ
“เรียนคุณชาย หลินเย่กลับมาแล้ว”
ฟางจงที่กำลังเล่นถ้วยชาอยู่ในมือหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนเผยรอยยิ้มเย็นชา
“กลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”
“มันมีท่าทีอย่างไร”
ชายชุดดำคุกเข่าลง “หลังกลับถึงหอ มันประชุมกับคนของมันอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็ส่งคนออกไปสองสาย สายหนึ่งกระจายข่าวในตลาด สายหนึ่งออกไปสำรวจร้านค้าทั่วเมือง”
ฟางจงหรี่ตาลงทันที
“กระจายข่าว?”
“ขอรับ ดูเหมือนจะเกี่ยวกับการเชิญพ่อค้ารายย่อยเข้าหอโอสถสวรรค์”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า พ่อค้ารายย่อย ฟางจงก็หัวเราะออกมาเบา ๆ
“ฮึ… หลินเย่เอ๋ยหลินเย่”
“สุดท้ายเจ้าก็จนตรอกถึงขั้นต้องไปเก็บเศษเนื้อจากพวกมดปลวกอย่างนั้นหรือ”
แต่แม้ปากจะหัวเราะ