มอง “นายท่าน ท่านมีแผนแล้วหรือ”
หลินเย่ไม่ตอบในทันที เขาเพียงใช้พู่กันขีดวงกลมหลายแห่งลงบนแผนที่เมือง จุดเหล่านั้นคือย่านค้าขายเล็ก ๆ ที่เย่ชิงอวี่เพิ่งระบุให้ฟัง
จากนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นช้า ๆ
“ฟางจงคิดว่าตนควบคุมพ่อค้ารายใหญ่ได้แล้วจะควบคุมตลาดทั้งหมด”
“แต่เขาลืมไปสิ่งหนึ่ง”
“มดตัวเดียวอาจไร้ค่า”
“แต่มดหมื่นตัวสามารถกัดช้างให้ตายได้”
เย่ชิงอวี่กับซูเฉินมองหน้ากัน ก่อนหันกลับมามองหลินเย่อีกครั้ง
“นายท่านหมายความว่า…” เย่ชิงอวี่เริ่มเข้าใจบางอย่าง
“ใช่” หลินเย่พยักหน้า “หากพ่อค้ารายใหญ่ถูกฟางจงยึดไปหมดแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็จะไม่แย่งรายใหญ่กับมัน”
“เราจะดึงพ่อค้ารายย่อยทั้งหมดเข้ามาอยู่ฝั่งเราแทน”
ซูเฉินอึ้งไปครู่หนึ่ง “แต่คนพวกนั้นมีสินค้าเพียงเล็กน้อย จะสู้หอโอสถชิงหยุนได้จริงหรือ”
“ถ้าเป็นทีละคน ย่อมไม่ได้” หลินเย่กล่าว “แต่หากรวมกันเป็นเครือข่ายล่ะ”
เขาหยิบขวดโอสถรวบรวมลมปราณที่ตนหลอมไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา
“ฟางจงมีอำนาจ มีเส้นสาย มีพ่อค้ารายใหญ่”
“ส่วนข้ามีของที่มันไม่มี”
“โอสถคุณภาพสูงกว่า ราคายืดหยุ่นกว่า และผลประโยชน์ที่แบ่งให้พันธมิตรได้มากกว่า”
เขาวางขวดโอสถลงบนโต๊ะ เสียงกระทบไม้ดังเบา ๆ