างเกงในขนาดเท่านั้น
สามวันหลังลวี่หยางจากไป กว่างหมิงจึงรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติ เมื่อมาขอพบ จึงพบว่าห้องลับที่ลวี่หยางเคยปิดด่านกลับว่างเปล่า
“หนีไปแล้วรึ?”
กว่างหมิงกระพริบตาปริบๆ มิอาจเข้าใจในความคิดของลวี่หยาง ทว่าไม่นานความปรีดาก็เอ่อล้นขึ้นในอก…เจ้าปีศาจร้ายผู้นั้นหนีไปก็ดีแล้ว!
เพราะบัดนี้พันธมิตรเซียนถูกลวี่หยางเข่นฆ่าจนไม่มีแม้แต่ขั้นผสานวิถีผู้ใดเหลืออยู่ บัดนี้เมื่อเจ้าลวี่หยางหนีไป กว่างหมิงผู้นี้ก็กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของแดนบำเพ็ญเพียรปี้หยาง! จะมัวรออันใด รีบเปิดประตูอารามอย่างมโหฬาร รับศิษย์มาอัดแน่นในวิหารฝูหลง เสริมสร้างพลังของตนสิ!
สำหรับขุมกำลังใต้อาณัติ ขุมกำลังที่แตกต่างกันก็มีวิธีการควบคุมที่แตกต่างกันไป
หากเปรียบกับ “สี่ก้าวเดินของนิกายศักดิ์สิทธิ์” ของลวี่หยาง วิถีของสุขาวดีเซิ่นเล่อถือได้ว่าเรียบง่ายตรงไปตรงมา กล่าวธรรมเผยเต๋าโดยตรง บังคับกลืนกินเข้ามาเป็นศาสนิก
และในบรรดาสี่ฝ่ายใหญ่ สุขาวดีเซิ่นเล่อก็นับว่าเป็นฝ่ายมั่นคงที่สุด
ด้วยหลักปฏิบัติแห่งสุขาวดีคือ “กลมกลืนสรรพสิ่งคืนสู่ตน” เมื่อคืนสู่ตนแล้ว ทุกผู้ย่อมเป็น “ข้า” เช่นนี้ย่อมมั่นคงเป็นธรรมดา
ทว่าไม่นานก็มีผู้รายงานจากพันธมิตรเซียน
“มีผู้ฝึกตนต่างถิ่นปรากฏที่ปากอ่าวแห่งทะเลสายธารผันผวนอีกแล้ว!”
กว่างหมิงได้ยินพลันนิ่งงัน ยังไม่ทันได้ตอบโต้ ใต้มหาวิหารที่เคยว่างเปล่าก็พลันมีร่างหนึ่งในชุดดำปรา