ฉิงเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง แล้วพูดเรียบๆ “สอนบทเรียนให้เจ้าอย่างหนึ่ง จะฆ่าคนก็รีบฆ่า ไม่ใช่ว่าจะต้องมาเพลิดเพลินกับความสุขตอนที่ศัตรูสิ้นหวังก่อนแก้แค้นรึ
เคยได้ยินคำว่าตัวร้ายตายเพราะพูดมากไหม
อีกอย่าง จะฆ่าคนก็ฆ่าไป จะต้องทำตัวเหมือนหมาบ้า ไล่กัดไปทั่วได้หรือไม่”
คุณภาพของชาวยุทธภพนอกรีตระดับล่างสุดเหล่านี้น่าเป็นห่วง แต่ละคนไม่มีใครปกติเลย โดยเฉพาะพวกที่ฝึกวิชาลับเลี้ยงภูตอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไม่ปกติ
แม้ภูตฉงหมิงจะไม่เข้าใจความหมายที่กู้เฉิงพูด แต่เขาก็ฟังออกว่ากู้เฉิงด่าเขาว่าเป็นหมาบ้า
นี่ทำให้เขาโกรธจัด สองมือประสานอินอย่างรวดเร็ว ไอเย็นพัดเข้ามา ไม่เห็นเงาภูตแม้แต่น้อย แต่ใต้เท้าของกู้เฉิงกลับปรากฏค่ายกลภูตสีเลือดขึ้นมาเมื่อใดไม่รู้ ภูตร้ายน่าเกลียดน่ากลัวที่มีสี่แขนกำลังคลานออกมาจากค่ายกลภูตนั้น พุ่งเข้าหากู้เฉิง
ฝ่ามือซ้ายผนึกสุวรรณสะกดมารฟาดลง แสงพุทธสีทองเจิดจ้าปะทุขึ้น บดขยี้ภูตร้ายตนนั้นเป็นผุยผงในทันที
ขณะเดียวกันมือขวาของกู้เฉิงก็เคลื่อนไหว ใช้วิชาห้าภูตเคลื่อนย้ายออกมา ศีรษะที่เหมือนโครงกระดูกของภูตฉงหมิงถูกบิดหลุดออกมาในพริบตา เลือดสดสาดกระเซ็นไปทั่ว เปื้อนคนรอบข้างไปทั้งตัว
“เสียอารมณ์จริงๆ”
กู้เฉิงโยนหัวคนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเริ่มกินข้าวต่อ
ทั้งโรงเตี๊ยมเงียบกริบในทันที แม้แต่ชาวยุทธภพนอกรีตที่ดูหน้าตาโหดเหี้ยมที่ถูกเลือดสาดใส่ทั้งตัวก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ เพ